สาวลั่นไม่รับกระเช้า! ถูกหนุ่มหัวร้อนทุบกระจกรถ-ชกเบ้าตากลางถนน ตร. ไล่กล้องล่าตัว

จากกรณีหนุ่มหัวร้อนกระโดดทุบกระจกหน้ารถหญิงสาวห้าแยกลาดพร้าวก่อนชกเบ้าตาเขียวช้ำ หลังอ่อนไหวเสียงแตรเตือน ”ผู้เสียหาย“ ร่ำไห้ หวาดกลัว ยืนยัน ไม่ขอรับกระเช้าขอโทษ ขอดำเนินคดีตามกฏหมาย วอน พลเมืองดีเห็นเหตุการณ์-มีภาพกล้องหน้ารถช่วยนำหลักฐานส่งมอบตำรวจดำเนินคดี ด้าน “ผกก.สน.พหลโยธิน” สั่งชุดสืบไล่กล้องวงจรปิดทุกจุดเส้นทางขับหลบหนี หลังพบไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียนรถมอ‘ไซค์ เข้าข่ายความผิดทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ จ่อตรวจแอลกอฮอล์และยาเสพติดในร่างกายคนก่อเหตุ ส่วนกรณีอ้างต้นเหตุมาจากการเฉี่ยวชนกัน อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนขับขี่ด้วยความใจเย็น หลังเกิดเหตุลักษณะการปะทะคารมบ่อยขึ้นบนท้องถนน

วันนี้ (23 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ สน.พหลโยธิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลา 19.50-20.00 น. มีชายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียน ยี่ห้อหรือรุ่นรถ ได้มีอาการโมโหรุนแรง ก่อเหตุทุบกระจกหน้ารถยนต์ของนางสาว พรินทร์ชนม์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เสียหาย เป็นรถยนต์ยี่ห้อ HONDA รุ่น JAZZ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่อยู่ภายในรถ พร้อมกับชกเข้าที่เบ้าตาซ้ายจนฟกช้ำเขียวห้อเลือด เพราะไม่พอใจที่ผู้เสียหายบีบแตรเตือน

โดย น.ส.พรินทร์ชนม์ เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักสอบสวนตำรวจ สน.พหลโยธิน ว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (22 ต.ค.) ตนได้ขับรถยนต์มาถึงบริเวณใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว บริเวณเลยจุดกลับรถหน้าห้างสรรพสินค้า โดยระหว่างนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุและรถยนต์ของตนได้ขับมาในเลนเดียวกัน จนมาถึงบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งรถจักรยานยนต์พยายามที่จะเบรคเพื่อที่จะกลับรถ ทั้งที่เลยทางกลับรถมาแล้วทำให้ตนมีการบีบแตรเตือนสั้น ๆ 1 ครั้ง ส่วนจะมีการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ด้วยหรือไม่ ตนไม่ทราบเลย จากนั้นตนก็ได้ขับรถมุ่งหน้าไปบริเวณเส้นจตุจักร ซึ่งขณะนั้นการจราจรค่อนข้างติดขัด จึงทำให้คนขับรถจักรยานยนต์เดินมาที่รถของตน ก่อนจะกระชากประตูพร้อมกับทุบกระจกด้านข้างฝั่งตนเอง (ฝั่งคยขับ) และมีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งตนพยายามยกมือไหว้ขอโทษตั้งแต่ในรถแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่พอใจ จาดนั้นผู้ก่อเหตุจึงมีการกระโดดขึ้นบนฝากระโปรงหน้ารถและใช้เท้ากระทืบกระจก จนกระจกรถด้านหน้าแตกร้าว ทำให้ตนตกใจกลัวอย่างมาก ทำอะไรไม่ถูก และหลังจากผู้ก่อเหตุได้ทุบกระจกหน้ารถแตกแล้ว ผู้ก่อเหตุก็ได้กระโดดลงมาตรงประตูด้านหน้าข้างฝั่งคนขับ และพยายามจะเปิดประตูรถอีกครั้ง โดยมีการใช้มือทุบกระจกแล้วตะโกนอย่างเสียงดัง ๆ ว่า “ออกมา ออกมา ออกมา” ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมากและไม่มีใครมาช่วย ทำให้ตอนนั้นตัดสินใจเปิดประตูออกมา เพื่อที่จะมีการพูดคุยเจรจาและพยายามยกมือไหว้ขอโทษ แต่คู่กรณีไม่พอใจแล้วชกไปที่ใบหน้าตัวเองหนึ่งครั้งบริเวณเบ้าตาซ้ายเป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บ

“ตนคิดว่าผู้ก่อเหตุได้มีการระบายอารมณ์จนสะใจแล้วจึงเลือกที่จะเดินออกไปจากรถของตน และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ตนต้องเข้ามาแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นไม่สามารถที่จะบันทึกป้ายทะเบียนรถทอเตอร์ไซค์ของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ตนจึงอยากจะขอวิงวอนผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือมีภาพกล้องหน้ารถ ช่วยนำมามอบให้กับตำรวจเพื่อช่วยเหลือตนในการดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ลักษณะของผู้ก่อเหตุ จำได้ว่าสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินเข้ม และสวมหมวกกันน็อค แต่ได้มีการเปิดหน้ากากหมวกกันน็อคไว้ทำให้ตนพอจำหน้าตาได้ อย่างไรก็ดี หากพลเมืองดีท่านใดมีหลักฐานเพิ่มเติมที่บันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขอให้นำหลักฐานมาส่งให้ตำรวจ หรือแจ้งผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ” น.ส.พรินทร์ชนม์ กล่าว

นอกจากนี้ น.ส.พรินทร์ชนม์ ยังกล่าวอีกว่า หากผู้ก่อเหตุจะเอากระเช้าดอกไม้มาขอโทษนั้น (พูดด้วยเสียงสั่นเครือและร่ำไห้) ว่า กระเช้าอย่างเดียวไม่พอแน่นอน ลองคิดดูว่าถ้ามันเป็นลูกสาวคุณ คุณจะรับกระเช้าไหม แต่ถ้าวันเกิดเหตุ มีการอ้างว่าตนมีการเฉี่ยวชนจริง ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ ยืนยันว่าดำเนินคดีถึงที่สุดด้าน พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการเฉี่ยวชนกันบริเวณถนนลาดพร้าวขาเข้าฝั่งตรงข้ามห้างยูเนี่ยนมอลล์ จนฝ่ายคนขี่รถจักรยานยนต์โมโห และลงมาก่อเหตุตามคลิปวิดีโอ เบื้องต้นผู้เสียหาย ถูกต่อยเข้าที่เบ้าตา 1 ครั้ง จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธิน เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อค และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ แต่จะเร่งตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว อนึ่ง เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ พร้อมเตรียมตรวจระดับแอลกอฮอล์และยาเสพติดในร่างกายด้วย

ส่วนกรณีที่เกิดการเฉี่ยวชนกัน ซึ่งเป็นปมเหตุนั้น ยังต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเฉี่ยวชนกันอย่างไร ใครถูกหรือผิดก็จะแยกดำเนินคดีต่างหากทั้งนี้ ผกก.สน.พหลโยธิน ยังฝากเตือนผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนน ว่า อยากเตือนให้ทุกคนใจเย็น เพราะเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หากเกิดเหตุเฉี่ยวชนก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประกันภัยดำเนินการดีกว่า