กทม.รับเยียวยาน้ำท่วมยังช้า! อนุมัติ 4 แสนครัวเรือน โอนแล้ว 2.48 แสน เตรียมส่งทีมช่างประเมินความเสียหายจริง

น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ล่าสุด กทม.ประกาศสิ้นสุดพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพิ่มเติมอีก 6 เขต ทำให้ขณะนี้เหลือเพียง 2 เขตที่ยังไม่ประกาศสิ้นสุดสถานการณ์ ได้แก่ เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก

สำหรับเขตลาดกระบัง ยังมีบางชุมชนและเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังประมาณ 10-15 เซนติเมตร ส่วนเขตหนองจอกเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ประกอบกับมีน้ำไหลเข้ามาเพิ่มเติมจากพื้นที่ปริมณฑล ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า

อย่างไรก็ตาม การประกาศสิ้นสุดพื้นที่ประสบสาธารณภัยไม่เกี่ยวข้องกับการประกาศให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน โดยประชาชนยังสามารถขอรับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ รวมถึงการจัดการขยะ การทำความสะอาด และการยื่นเอกสารขอรับเงินเยียวยาได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

น.ส.ทวิดา กล่าวว่า ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ล่าสุดมีคำร้องที่สำนักงานเขตอนุมัติแล้ว 408,427 ครัวเรือน ขณะที่ประชาชนได้รับเงินโอนแล้ว 248,643 ครัวเรือน คิดเป็นประมาณ 60% ของจำนวนคำร้องที่ได้รับอนุมัติ

ทั้งนี้ กทม.มีจำนวนคำร้องตั้งต้นผ่านแอปทางรัฐประมาณ 1,060,000 ครัวเรือน โดยเมื่อเทียบกับยอดคำร้องตั้งต้นดังกล่าว พบว่ามีการอนุมัติแล้วประมาณ 40% ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ Claim Bangkok อยู่ที่ 134,752 ครัวเรือน

สาเหตุที่จำนวนผู้ลงทะเบียนผ่านทั้งสองระบบแตกต่างกันมาก เนื่องจากแอปทางรัฐเป็นช่องทางจ่ายเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นในอัตรา 5,000 บาท หรือ 9,000 บาท ขณะที่ Claim Bangkok เป็นระบบสำหรับยื่นขอความช่วยเหลือตามความเสียหายจริง ซึ่งต้องมีการประเมินมูลค่าความเสียหายและตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างละเอียด

สำหรับ Claim Bangkok ประชาชนสามารถส่งรูปถ่ายและแนบเอกสารผ่านระบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานเขต เช่น การขอรับความช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน หรือค่าอุปกรณ์ประกอบอาชีพ โดยต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าประกอบอาชีพดังกล่าวจริง

แม้แต่ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็สามารถยื่นขอความช่วยเหลือได้ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากน้ำท่วม หากมีใบรับรองแพทย์ก็สามารถส่งเอกสารเข้าระบบเพื่อขอรับค่าปลอบขวัญได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้ที่เช่าบ้านอยู่อาศัยและมีหลักฐานยืนยัน สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือค่าเช่าบ้านได้เดือนละ 3,000 บาท เป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยการขอรับความช่วยเหลือทั้งหมดสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ แต่จำเป็นต้องใช้เอกสารหลักฐานจำนวนมากตามประเภทความช่วยเหลือที่ยื่นขอ

น.ส.ทวิดา ยอมรับว่า หากเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่น การดำเนินการของ กทม.ยังมีความล่าช้า โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับผลกระทบที่ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐประมาณ 1 ล้านครัวเรือน สำนักงานเขตอนุมัติแล้ว 408,427 ครัวเรือน และโอนเงินให้ประชาชนแล้ว 248,643 ครัวเรือน

หากคำนวณจากยอดผู้ได้รับผลกระทบตั้งต้นประมาณ 1 ล้านครัวเรือน จะพบว่าขณะนี้ กทม.โอนเงินไปแล้วประมาณ 24% ขณะที่จังหวัดอื่น เช่น ปทุมธานีและสมุทรปราการ มีผู้ได้รับผลกระทบผ่านแอปทางรัฐรวมประมาณ 300,000 ครัวเรือน สามารถดำเนินการโอนเงินได้เร็วกว่า โดยมีสัดส่วนการโอนประมาณ 30%

อย่างไรก็ตาม กทม.ยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการโอนเงินในส่วนที่เหลือทั้งหมด โดยหากสามารถโอนเงินให้ครบตามจำนวนคำร้องที่ได้รับอนุมัติแล้ว จะทำให้สัดส่วนการโอนเงินเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 40% ของยอดคำร้องตั้งต้นประมาณ 1 ล้านครัวเรือน

สำหรับสาเหตุที่การจ่ายเงินเยียวยาล่าช้า น.ส.ทวิดา อธิบายว่า การพิจารณาคำร้องผ่านแอปทางรัฐมีการแบ่งกลุ่มตามเงื่อนไขการตรวจสอบ โดยกลุ่มสีเขียวจะต้องเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ใน 118 แขวง จากพื้นที่ที่ประกาศไว้ใน 38 เขต และบ้านเลขที่ต้องตั้งอยู่ในแขวงดังกล่าวจริง นอกจากนี้ ผู้ยื่นคำร้องต้องเคยขอรับเงินช่วยเหลือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นคำร้องบางรายยังติดขัดเรื่องการส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเสียหายจากน้ำท่วม จึงทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการโอนเงินได้ทันที

ส่วนกลุ่มสีเหลือง ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด จำเป็นต้องยืนยันสิทธิการรับความช่วยเหลือ รวมถึงตรวจสอบความเสียหายที่ยังไม่ชัดเจน และเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่อาศัย

น.ส.ทวิดา ระบุว่า เงื่อนไขการอยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นมาก เช่น บ้านเลขที่เดียวมีผู้พักอาศัยหลายห้อง แต่จดทะเบียนไม่ครบทุกห้อง หรือบางกรณีผู้ยื่นคำร้องไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวจริง ทำให้ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ที่สำนักงานเขต โดยเฉพาะกรณีผู้แจ้งขอรับเงินไม่ใช่ผู้พักอาศัยจริง

ขณะที่กลุ่มสีแดงเริ่มมีผู้ยื่นคำร้องเข้ามาเช่นกัน โดยเป็นกลุ่มที่ไม่ผ่านเงื่อนไขตั้งแต่ต้นจากข้อจำกัดหลายประการ

ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการจ่ายเงินได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อผิดพลาด เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง

กรณีประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด กทม.จึงเพิ่งเปิดระบบ Claim Bangkok น.ส.ทวิดา ชี้แจงว่า เนื่องจากมีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐประมาณ 1 ล้านครัวเรือน กทม.จึงพยายามเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นโดยเร็วที่สุดก่อน

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทุกแห่งต้องเข้าไปช่วยเสริมกำลังให้กับเขตบัดดี้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุด เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบและอนุมัติคำร้องผ่านแอปทางรัฐให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วที่สุด

ล่าสุด คิวการดำเนินการผ่านแอปทางรัฐในช่วงบ่ายเริ่มเบาบางลงแล้ว กทม.จึงเตรียมถอนกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วน เพื่อนำไปลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินความเสียหายจริงจากกรณีที่ประชาชนยื่นคำร้องผ่าน Claim Bangkok

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ละทีมต้องมีนายช่างอย่างน้อย 1 คน เพื่อประเมินและตีราคาค่าซ่อมแซมตามความเสียหายจริง โดยหนึ่งทีมต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน และใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

การลงพื้นที่จะเริ่มดำเนินการบางส่วนในวันแรก คือวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ก่อนจะทยอยนัดหมายประชาชนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเตรียมตัวรอรับการตรวจสอบได้

ส่วนชุมชนที่สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบได้ก่อน เป็นชุมชนที่มีประธานชุมชนช่วยประสานงาน โดยที่ผ่านมา ประธานชุมชนได้เดินทางมาที่สำนักงานเขตเพื่อเซ็นรับรองให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ผู้รับรองต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น นักการเมืองไม่สามารถลงนามรับรองได้

ในส่วนของการใช้งบประมาณ น.ส.ทวิดา ชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุฝนตกเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา เป็นช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งตามกระบวนการปกติของระบบราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ต้องส่งคืนงบประมาณที่เหลือเข้าสู่ระบบ หากไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามระเบียบ เพราะการเก็บงบประมาณไว้โดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนอาจเข้าข่ายผิดวินัยทางการคลัง

กทม.ทราบตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าวแล้วว่า จำเป็นต้องนำงบประมาณส่วนที่เหลือซึ่งยังสามารถเบิกจ่ายได้ ทั้งจากงบกลางและงบประมาณที่เหลือจ่าย ส่งคืนเข้าสู่ระบบตามระเบียบ เพื่อให้สำนักงานเขตหรือสำนักต่าง ๆ สามารถดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชนได้

ในปีงบประมาณ 2569 กทม.จึงนำงบประมาณที่เหลือมาใช้ในการจัดส่งอาหารและถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยในช่วงแรก ระหว่างวันที่ 25-30 กันยายน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ก่อนจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น

ทั้งนี้ การแจกจ่ายถุงยังชีพอาจมีประชาชนบางรายได้รับซ้ำ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยังดำเนินต่อเนื่องและประชาชนยังคงได้รับผลกระทบ

น.ส.ทวิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า กทม.เตรียมส่งข้อความ SMS แจ้งประชาชนให้ทราบล่วงหน้าว่าสำนักงานเขตจะลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมในวันใด เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทันเวลา

ข้อความที่ส่งไปจะระบุว่า “ทีมช่าง ทีมตรวจประเมิน กทม. ทำนัดหมายเพื่อตรวจประเมินความเสียหาย” โดยจะไม่มีการแนบลิงก์ใด ๆ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำข้อความไปใช้หลอกลวงประชาชน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจะต้องแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน ส่วนข้อความและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนัดหมายตรวจสอบความเสียหาย กทม.จะแจ้งให้ประชาชนทราบอีกครั้ง