หลายภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน และกลุ่มผู้กุมอำนาจบางกลุ่ม อยู่ในการหวาดหวั่นว่าไทยจะเลียนแบบการชุมนุมประท้วงที่เริ่มจากฝรั่งเศส ลามไปอีก 6 ประเทศคือ สเปน อิตาลี เบลเยียม โปรตุเกส กรีซ และอัลบาเนีย ฯ ชนวนเหตุหลักๆคือ ค่าครองชีพ สวัสดิการรัฐ การศึกษา แต่อัลบาเนียพ่วงการทุจริตคอร์รัปชั่น เข้าไปด้วย

ซึ่งการชุมนุมมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไป ฝรั่งเศสจะหนักเป็นพิเศษมีทั้งเผาทำลายสถานที่ราชการ และบริษัทห้างร้าน ยอดผู้ชุมนุมสุงกว่า 500,000 คน การก่อตัวของม็อบทั้ง 7 ประเทศเริ่มต้นแบบต่างคนต่างมาด้วยความกดดันและเคียดแค้น ไร้ศูนย์บัญชาการสั่งการ ทำให้ไร้แกนนำในการเจรจาต่อรองกับรัฐบาล ภาพความรุนแรงทั้งเผา ทำลาย ปล้น ทรัพย์สิน และเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมมีทั้งบาดเจ็บ และถูกจับกุมปรากฏให้เห็น
การชุมนุมของทั้ง 7 ประเทศจะจบลงเอยแบบไหนคงต้องติดตาม แต่มีพฤติกรรมเลียนแบบเกิดขึ้นแล้วที่อินโดนีเซีย เพราะชาวบ้านทนต่อความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาหมอกควันจากไฟป่าของรัฐบาลไม่ไหว และการก่อม็อบครั้งนี้อาจจะลามถึงขั้นไล่รัฐบาลก็เป็นได้ เพราะเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ชาวอินโดนีเซียหลายพันคนรวมตัวกันเดินขบวนไปรัฐสภาเรียกร้องให้ลงโทษอย่างหนักกับผู้ที่กระทำผิดทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมแขวนป้ายมีข้อความว่า”คนทุจริตมั่งคั่ง ประชาชนล่มสลาย”
โดยชนวนเหตุของการชุมนุมของประชาชนทั้ง 8 ประเทศมาจากความกดดัน สิ้นหวังที่เกิดจากความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของรัฐบาล ทั้งประเด็นค่าครองชีพ การบริการสาธารณ การศึกษาและทุจริตคอร์รัปชั่น จึงไม่แปลกที่หลายภาคส่วนเกิดอาการหวาดหวั่นว่าจะลามมาถึงเมืองไทยได้ เพราะเป็นปัญหาที่ใกล้เคียงกัน มีทั้งกวาดซุกไว้ใต้พรหม เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง พ่วงด้วยการเลือกปฏิบัติ
ขอยกตัวอย่างเพื่อสื่อสารให้เห็นว่าโอกาสที่จะเกิดม็อบแบบไร้คนนำ เริ่มที่ปัญหาค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคพาเหรดกันขึ้นราคา น้ำมันปัจจัยสำคัญของทุกองคาพยพในการดำรงชีวิตขึ้นราคากระฉูดโดยเงินไปตุงอยู่ในกระเป๋านายทุนและแกนนำรัฐบาลบางคน และที่สิ้นหวังเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายอมรับว่าไทยอยู่ในภาวะเข้ายากหมากแพง
นับจากนี้ปัญหาค่าครองชีพจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประชาชนหลายพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเกษตรกรสิ้นเนื้อประดาตัวไปตามๆกัน คนระดับกลางถึงล่างสาหัสไม่แพ้กัน เครื่องมือทำมากิน อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์และสถานที่ประกอบการ ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผ่านมาเกือบ 1 เดือน ยังไร้วี่แววการช่วยแบบจริงจังจากรัฐบาล
เมื่อมองถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เกิดขึ้นทุกอณูทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ก่อเหตุถ้าอยู่ในเครือข่ายของรัฐบาลและกลุ่มที่กุมอำนาจ จะลอยนวล มีปลาซิวปลายสร้อยรับกรรมแทน อย่างกรณีทุจริตสอบปกครององค์กรส่วนท้องถิ่นมูลค่ากว่า 4-5 พันล้าน ผู้ร่วมก่อเหตุเกินครึ่งหมื่น ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมถูกปล่อยตัวเพราะองค์กรอิสระอ้างว่าทำสำนวนไม่ทัน
หรือกรณีคดีโกงฮั้วเลือกสมาชิกวุฒสภา(สว.)มีการกล่าวหาแกนนำพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย หลายคนพอถึงบทสุดท้ายลอยนวลทั่วหน้า รวมถึงคดีเขากระโดง คาราชังแบบที่ไม่มีองค์กรไหนหรือกลุ่มกุมอำนาจกลุ่มไหนกล้าฮือ
หรือแม้แต่องค์กรไทยพีบีเอส สร้างภาพเป็นสื่อสาธารณะ คอยตรวจสอบการงานของหน่วยงานต่างๆ แต่การบริหารกลับเน่าใน ทั้งที่ผู้บริหาร บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องต่างๆสร้างภาพให้ตัวเองสะอาดดูดี ต่างตั้งบริษัทขึ้นมารับงานจากไทยพีบีเอสแบบเจาะจงอิ่มหมีพีมันกันทั่วหน้า
ที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนยังไม่นับรวมถึงเครือข่ายรัฐบาลและเครือข่ายของกลุ่มผู้มีอำนาจบางกลุ่ม ไปเอื้อประโยชน์ให้กับเว็บพนันออนไลน์ แก๊งจีนเทา แก๊งยิว แก๊งสแกมเมอร์ แก๊งน้ำมันเถื่อน สินค้าเถื่อน และแก๊งยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งประชาชนต่างรับรู้จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว
ถ้ามองอย่างวิเคราะห์ถึงปัญหาที่ยกมานำเสนออาจจะไม่มีพลังพอที่จะทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาก่อม็อบประท้วงแบบ 7 ประเทศยุโรปได้ เว้นแต่ในศึกซักฟอกรัฐบาลต้องจับตาดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ดพอที่จะจุดชนวนสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาได้หรือไม่ ?
แต่ทั้งนี้ขอสื่อสารถึงรัฐบาลและองค์กรอิสระทั้งหลายว่าอย่าตั้งอยู่บนความประมาท ถ้ายังวางเฉยปล่อยเลยตามเลยแล้วเลือกปฏิบัติ จนทำให้ความรู้สึกของประชาชนถึงจุดเดือด ฝรั่งเศสโมเดล จะอยู่แค่เอื้อม !!!


