กรุงเทพฯ, 20 ต.ค.69 – จากกรณีที่ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่ากระทรวงอยู่ระหว่างแก้ไข พ.ร.บ.โรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกากอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพิ่มโทษปรับเป็นระดับหลักสิบล้านบาท พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลยึดทรัพย์เจ้าของกิจการที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบทิ้งของเสียผิดกฎหมาย รวมถึงเตรียมจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และขยะอิเล็กทรอนิกส์ พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายจัดการขยะที่เข้มแข็ง แต่การแก้ปัญหาไม่ควรจำกัดอยู่ที่การเพิ่มโทษหรือออกกฎหมายใหม่ที่อาจซ้ำซ้อนกับกฎหมายเดิม โดยควรให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง และการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทำให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อซากผลิตภัณฑ์ของตนเอง
พูนศักดิ์ตั้งข้อสังเกต 4 ประเด็น ดังนี้ 1) กฎหมายเดิมมีอยู่แล้ว คือกฎหมายโรงงานและประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 ควบคุมกากอุตสาหกรรม แต่ปัญหาคือการบังคับใช้ ซึ่งพรรคประชาชนได้เสนอแก้ไขผ่านร่าง พ.ร.บ.โรงงานฯ แล้ว การเพิ่มโทษปรับจึงควรดำเนินควบคู่กับการแก้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง 2) ขยายการจัดการซากผลิตภัณฑ์ แต่ยังไม่ครอบคลุมขยะทุกประเภท โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และซากยานยนต์มาอยู่ภายใต้กฎหมายกากอุตสาหกรรม แต่ยังมีคำถามว่าขยะประเภทอื่น เช่น บรรจุภัณฑ์ พลาสติก แผงโซลาร์เซลล์ และเศษวัสดุก่อสร้าง จะอยู่ภายใต้ระบบจัดการใดและหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ

พูนศักดิ์ กล่าวว่า 3) ยังขาดกลไก EPR ที่กำหนดให้ผู้ผลิตรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ กฎหมายควรกำหนดให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของตนเองตั้งแต่การวางระบบรับคืน การรีไซเคิล ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ผ่านกลไก EPR (Extended Producer Responsibility) และองค์กรกลาง หรือ PRO ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบดังกล่าว แต่ร่างกฎหมายที่กระทรวงเสนอแนวทางไว้ยังไม่ได้กำหนดกลไกเหล่านี้อย่างครบถ้วน และ 4) มีกองทุน แต่ยังไม่ตอบโจทย์การจัดการซากผลิตภัณฑ์ แม้ร่างกฎหมายจะมีกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน แต่เน้นการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและการจัดการผลกระทบ มากกว่าการสร้างระบบให้ผู้ผลิตร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรับคืนและรีไซเคิลซากผลิตภัณฑ์ จึงควรออกแบบกลไกทางการเงินให้สอดคล้องกับหลักความรับผิดชอบของผู้ผลิตและการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์
สส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่า พรรคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการขยะและการหมุนเวียนทรัพยากร เพื่อสร้างระบบจัดการขยะอย่างบูรณาการ ครอบคลุมทั้งขยะชุมชน ขยะอุตสาหกรรม ขยะอันตราย และซากผลิตภัณฑ์ พร้อมวางกลไก EPR ที่สามารถขยายไปยังผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ทุกครั้ง “ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายขยะหลายฉบับที่ทำงานซ้ำซ้อน แต่ต้องมีกฎหมายที่เชื่อมโยงการจัดการขยะทั้งระบบ บังคับใช้ได้จริง กำหนดความรับผิดชอบของผู้ผลิตอย่างชัดเจน และไม่ผลักภาระซ้ำซ้อนให้ประชาชนและผู้ประกอบการ”

