กรุงเทพฯ, 19 ตุลาคม 2569 – กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้จัดกิจกรรมเสวนาและระดมสมองหัวข้อ “ทิศทางใหม่การบริหารโทษ : ได้สัดส่วน ปลอดภัย ตรวจสอบได้” พร้อมเปิดเวทีประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ในโครงการศึกษาวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียและการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด การลดวันต้องโทษจำคุก และการพักการลงโทษ พ.ศ. … และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วม
ด้านนายอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรสซิ่ง” คณะทำงานด้านการพัฒนากฎหมาย กรมราชทัณฑ์ ได้เข้าร่วมการหารือในฐานะหนึ่งในผู้มีส่วนได้เสีย เปิดเผยถึงแนวทางการเสนอความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารโทษของผู้ต้องขังให้เหมาะสมและตอบโจทย์สังคมมากยิ่งขึ้น โดยระบุว่า ปัจจุบันมีกรณีที่เป็นประเด็นข้อกังขาในสังคมอย่างกว้างขวาง เช่น ข่าวของนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ที่ต้องคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกคุมขังจริงเพียง 8–9 ปี ก็ได้รับการปล่อยตัว จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของระยะเวลาการรับโทษ ซึ่งตนก็เห็นพ้องว่าผู้ต้องขังในคดีที่มีอัตราโทษรุนแรงไม่ควรได้รับการปล่อยตัวเร็วจนเกินไป

ด้วยเหตุนี้ การจัดเวทีระดมสมองจากทุกภาคส่วนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อร่วมกันกำหนดการบริหารโทษให้เกิดความสมดุล โดยต้องคำนึงถึง 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) ความรู้สึกและความเป็นธรรมของผู้เสียหาย (2) ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม (3) การให้โอกาสและสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังตามหลักมนุษยธรรม
สำหรับกรอบแนวคิดเบื้องต้นที่มีการหารือในที่ประชุมกลุ่มย่อย ได้มีการเสนอเกณฑ์กำหนดอัตราโทษจำคุกจริงขั้นต่ำในคดีสำคัญ อาทิ คดีที่มีโทษประหารชีวิต (ที่ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ) เสนอให้กำหนดเกณฑ์ต้องรับโทษจำคุกจริงขั้นต่ำอย่างน้อย 25 ปี, คดีที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต เสนอให้กำหนดเกณฑ์ต้องรับโทษจำคุกจริงขั้นต่ำอย่างน้อย 20 ปี เป็นต้น

นายอริย์ธัช กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเสียงสะท้อนของสังคม และกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับตัวเลขการคุมขังจริงที่เหมาะสม แม้การประชุมในครั้งนี้จะยังเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะในเบื้องต้น แต่เชื่อมั่นว่ากระบวนการหลังจากนี้จะนำไปสู่ความชัดเจนและเกิดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต

