“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง สส.ไอเดียร์ เหตุยอมรับสามี มีหุ้นในเว็บพนัน 1% พ่วงยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่

วันที่ 19 ต.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้มายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น กรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสรวม 1,974 ล้านบาท เป็นเท็จหรือไม่

และการที่ตนเอง ออกมายอมรับว่าคู่สมรสหรือสามีไม่ได้เป็นเจ้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ แต่มีหุ้นเพียง 1% ถือได้ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

สืบเนื่องจากน.ส.สุชาดา ได้ชี้แจงประเด็นสามีเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ระหว่างร่วมประชุมเตรียมงานบุญกระธูป ประจำปี 2569 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 ต.ค.2569 ที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยไม่ยอมรับว่าสามีเป็นเจ้าของเว็บพนัน แต่มีหุ้นในประเทศที่ถูกกฎหมายเพียง 1% เท่านั้น

แต่เมื่อตรวจสอบรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ น.ส.สุชาดา ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2569 ซึ่งมีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสรวม 1,974 ล้านบาท กลับไม่ปรากฏว่าสามีได้แสดงรายการทรัพย์สินในหุ้นเว็บพนัน 1% ดังกล่าวแต่อย่างไร

อันอาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 167 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินหรือไม่ ถ้าผิดจริง อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษทางอาญา อาจดูเล็กน้อย แต่โทษทางการเมืองนั้น ค่อนข้างรุนแรงคือ อาจต้องพ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปี ไม่มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น สส. สว. ผู้บริหารท้องถิ่น และดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสี่ และพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. มาตรา 81, 87 ได้

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่าพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของ น.ส.สุชาดา เข้าข่ายการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสอันเป็นเท็จหรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. จนถึงที่สุด