กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายศตวรรษหรือฟลุ๊ค อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม ซึ่งได้ต้องหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และร่วมกันพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมีใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ตามหมายจับศาล เยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐม ที่ 13/2569 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2569
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงวันที่ 23 มกราคม 2567 เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปีเศษ ได้เดินทางมาพบเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) ที่ห้องเช่าในตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งขณะนั้นผู้กล่าวหาซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงบีฯ ไม่อยู่บ้าน
ต่อมาวันที่ 24 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 10:00 น. ขณะที่เด็กหญิงบีฯ กำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องได้ยินเสียงเปิดประตูและเสียงผู้ชายจำนวน 3 คน เข้ามาภายในห้อง เด็กหญิงเอฯ นอนบนฟูกข้างเด็กหญิงบีฯ ไม่นานนักเด็กหญิงบีฯ รู้สึกว่ามีบุคคลพยายามลูบคลำร่างกาย ก่อนที่ผู้ต้องหาเข้าจับขาทั้งสองข้างของเด็กหญิงบีฯ ขณะที่นายเบน (ทราบชื่อเล่นภายหลัง) ได้จับข้อมือทั้งสองข้างกดลงบนที่นอน ทำให้เด็กหญิงบีฯ ไม่สามารถขยับตัวหลบหนีได้ แม้จะพยายามใช้มือดันตัวออกแล้วก็ตาม
จากนั้นผู้ต้องหาได้ถอดกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในของเด็กหญิงบีฯ ออก ก่อนขึ้นคร่อมร่าง ต่อมาได้กระทำชำเราโดยสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดโดยไม่สวมถุงยางอนามัยและขยับอวัยวะเพศเข้าออกหลายครั้ง ระหว่างนั้นนายเบนได้ใช้มือจับบริเวณหน้าอกของเด็กหญิงบีฯ หลายครั้ง พร้อมใช้มือปิดปากและบอกไม่ให้ส่งเสียงดัง เพื่อไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือ
ต่อมาผู้ต้องหาได้ถอนอวัยวะเพศออกและสำเร็จความใคร่ภายนอกร่างกายของเด็กหญิงบีฯ ขณะเดียวกันนายเค้ก ซึ่งไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ได้มีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงเอฯ ที่นอนอยู่ข้างกัน ภายหลังจากนั้นผู้ต้องหา นายเบนและนายเค้ก ได้รีบออกจากห้องไป
หลังจากบุคคลทั้งสามออกไปแล้วเด็กหญิงบีฯ ได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกาย ก่อนสอบถามเด็กหญิงเอฯ ว่าบุคคลทั้งสามเป็นใครและเข้ามาอยู่ในห้องได้อย่างไร โดยเด็กหญิงเอฯ แจ้งว่าผู้ต้องหา เป็นแฟนเก่าของตนและเป็นบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน ตนเป็นผู้ชักชวนมาเล่นที่ห้องแต่ไม่คิดว่าผู้ต้องหา จะก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบีฯ ส่วนบุคคลที่เรียกว่านายเบนและนายเค้ก ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ต้องหา นายเบนและชายอีกคนหนึ่งซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ได้กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง โดยผู้ต้องหาได้จับขาทั้งสองข้างของเด็กหญิงบีฯ ไว้ ขณะที่นายเบนฯ จับแขนทั้งสองข้างกดลงบนที่นอน เพื่อพยายามกระทำชำเราอีกครั้ง แต่เด็กหญิงบีฯ ได้ขัดขืนและพยายามต่อสู้ ทำให้ทั้งสองคนไม่สามารถกระทำการต่อได้ จึงเปลี่ยนไปมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงเอฯ ก่อนจะออกจากห้องไป
ต่อมาในในช่วงเช้าของวันที่ 24 มกราคม 2567 เด็กหญิงบีฯ ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้น้า ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องติดกันฟัง เนื่องจากยังไม่กล้าบอกผู้กล่าวหา จากนั้นน้าได้แจ้งเรื่องให้นางสาวสายชลฯ ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้กล่าวหาทราบและนางสาวสายชลฯ ได้โทรศัพท์แจ้งผู้กล่าวหาอีกทอดหนึ่ง
จนกระทั่งเวลาประมาณ 18:00 น. ในวันเดียวกัน เมื่อผู้กล่าวหากลับมาถึงห้องพักเด็กหญิงบีฯ จึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้มารดาฟัง เมื่อทราบเรื่อง ผู้กล่าวหาจึงพาเด็กหญิงบีฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้มีลักษณะเป็นการใช้กำลังบังคับและร่วมกันกระทำความผิดทางเพศ โดยผู้ก่อเหตุเข้ามาในห้องพักในช่วงกลางดึก ขณะที่ผู้เสียหายกำลังนอนหลับและไม่ทันระวังตัว ก่อนใช้กำลังจับแขนและขาเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถหลบหนีหรือขัดขืนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังใช้มือปิดปากและข่มขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
ภายหลังจากก่อเหตุครั้งแรกแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวยังกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งเพื่อพยายามกระทำความผิดซ้ำ แม้ผู้เสียหายจะพยายามต่อสู้ขัดขืนก็ตาม พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการไม่เคารพสิทธิในร่างกายและเสรีภาพทางเพศของผู้อื่น ตลอดจนการอาศัยช่วงเวลาที่ผู้เสียหายอยู่ในภาวะเสียเปรียบเพื่อก่อเหตุ
โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายศตวรรษฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง สภ.นครชัยศรี จัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.นครชัยศรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2567 ตนกับพี่สาวพี่เขยและผู้หญิงรู้จักกับพี่สาวอีก 2 คน ได้มานั่งกินเหล้ากันอยู่ที่ร้านเหล้าตามปกติ ต่อมาหลังดึกมากแล้วตัวผู้หญิงได้ชักชวนทุกคนให้ไปกินเหล้ากันที่ห้องของผู้หญิงทั้ง 2 คน อยู่กันจนเช้า ตนไม่ได้ทำอะไรผู้หญิงเลยและไม่มีใครทำอะไรผู้หญิงทั้งสอง ตนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงแจ้งความตน เบื้องต้นตนขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
จากการสืบสวนและซักถามคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจาก เรื่องที่ผู้ต้องหาได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง มีความขัดแย้งกับคำให้การของผู้เสียหายอย่างสิ้นเชิง

