“แม่ภัทร” เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ย้ำเดินหน้าเอาผิดลูกชายและป้าแมว ปมถูกอุ้มไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จี้เบนซ์คืนกุญแจเซฟ

“แม่ภัทร” เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับกองปราบฯ เดินหน้าเอาผิดลูกชายและป้าแมว ปมถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มไปไว้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เผยมีทั้งพยานหลักฐานและข้อมูลจากญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องให้ตำรวจเพิ่ม พร้อมรอ “เบนซ์” นำกุญแจมาเปิดเซฟ หวังทรัพย์สินข้างในยังอยู่ครบเหมือนเดิม

วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม นางสาวนภัทร หรือ แม่ภัทร อายุ 63 ปี เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว เกี่ยวกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและกระทำการไม่ยินยอม หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวออกจากบ้านไปไว้ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และหลังจากที่แจ้งความ ได้ลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ทำให้มีพยานหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องให้ข้อมูลกับตำรวจ ทั้งจุดเกิดเหตุและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากป้าแมว

แม่ภัทรยืนยันว่า ยังคงต้องการดำเนินคดีกับลูกชายและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยการให้ปากคำเพิ่มเติมครั้งนี้มีรายละเอียดหลายประเด็นที่ต้องพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ หลังจากก่อนหน้านี้เน้นการชี้จุดเกิดเหตุและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่รายละเอียดบางส่วนที่พบเห็นยังไม่ได้ให้ข้อมูลไว้ในครั้งแรก

นอกจากนี้ หลังจากมีข่าวเผยแพร่ออกไป ยังมีญาติของผู้ที่เข้าไปอยู่ในสถานที่เกิดเหตุและเสียชีวิตติดต่อเข้ามาหา ทำให้มีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องนำมาให้ข้อมูลกับตำรวจเพิ่มเติมด้วย

ส่วนความคืบหน้ากรณีกุญแจตู้เซฟ แม่ภัทรเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอให้เบนซ์นำกุญแจมามอบให้เจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง ตามที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลไว้ ซึ่งที่ผ่านมาพยายามโทรศัพท์ติดต่อเบนซ์หลายครั้ง รวมถึงให้ญาติช่วยติดต่อ แต่เบนซ์ไม่รับสาย จึงต้องให้ผู้จัดการนิติบุคคลเป็นผู้ประสานงานแทน

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าเบนซ์ไม่ได้นำกุญแจมามอบให้ตำรวจเอง เพราะกังวลว่าจะถูกสื่อมวลชนกดดันนั้น แม่ภัทรกล่าวว่า สื่อมวลชนทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ การที่เขารู้สึกกดดันแปลว่าเขามีอะไรที่จะต้องรู้สึกกดดัน ขนาดตนเองถูกกระทำพูดทุกครั้งก็จุกขึ้นมาเวลาสื่อมาถามตนก็ยังไม่รู้รู้สึกกดดัน เพราะฉะนั้นถ้าหากพูดความจริงก็คงไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไร พร้อมยืนยันว่าตนเองยังรอให้เบนซ์ออกมาพูดคุยกัน

ส่วนกำหนดเวลาที่เบนซ์จะนำกุญแจมามอบให้ตำรวจนั้น แม่ภัทรระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นวันนี้หรือไม่ เนื่องจากกำหนดการมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ประสานข้อมูลกับ สน.วังทองหลาง ให้ชัดเจนก่อน สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ภายในตู้เซฟ แม่ภัทรเปิดเผยว่า ยังคงให้ความหวังกับตัวเองว่าทรัพย์สินจะยังคงเหลืออยู่เท่าเดิม