วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงนโยบายการทำงานในฐานะอธิบดีคนใหม่ ว่า เป็นวันแรกหลังได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคนใหม่ ซึ่งตนอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งแต่เป็นพนักงานสอบสวน มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที โดย ปลัดกระทรวงยุติธรรม มอบนโยบายการสอบสวนคดีพิเศษต้องเป็นตามระเบียบกฎหมายที่กำหนด
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีคดีสำคัญ เช่น คดีฮั้ว สว. “อั้งยี่-ฟอกเงิน” หรือ คดีเขากระโดง ที่มีผู้มาร้อง จะดำเนินการอย่างไรต่อ ด้าน ร.ต.อ.ปิยะ เผยว่า วันนี้รับตำแหน่งวันแรกแต่ในส่วนรายละเอียดของคดีตนยังไม่เห็นสำนวนเลย ตนทราบว่ามีคดีต่างๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถตอบได้ว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ขั้นตอนไหน จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร ต้องขออนุญาตไปดูรายละเอียดของแต่ละคดีก่อน ส่วนการประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนได้รับทราบเข้าใจการทำงานจะได้ไม่ต้องสงสัยในแต่ละเรื่องหรือเดาว่าเรื่องนั้นดำเนินการอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับ กกต. ที่แถลงผลสอบฮั้ว สว. ล็อตแรก มีคำสั่งฟ้อง 77 ราย ดีเอสไอจะร่วมปฏิบัติหรือสอบสวนอย่างไรต่อบ้าง ด้าน ร.ต.อ.ปิยะ เผยสั้นๆ ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเลยต้องขอไปตรวจสอบก่อน
เมื่อถามว่าสังคมยังมีความเคลือบแคลงการรับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ อาจเกี่ยวข้องการเมืองนั้น ร.ต.อ.ปิยะ ระบุว่า วันนี้อาจจะยังมีคนเชื่อหรือไม่เชื่อ และสื่อมวลชนมีหน้าที่เสนอข่าวตามกรอบ แต่อยากให้ดูผลงานปฏิบัติดีกว่าเพราะยังมีเวลามากพอสมควรที่จะทำให้สื่อมวลชนเห็นว่างานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้อธิบดีคนนี้ จะเป็นอย่างไร แต่คนที่มีตำแหน่งอธิบดีอาจทำอะไรไม่ได้มาก เพราะงานมีการแบ่งมอบหน้าที่ตามขั้นตอนและมีผู้รับผิดชอบ โดยอธิบดีมีหน้าที่บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มั่งคง ยั่งยืน และทำงานให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ

