ตม.หนองคายคัดกรองเข้ม รวบ 2 ผู้ต้องหาหนีหมายจับ คดีลักทรัพย์–องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายรับตัวคนไทย 39 ราย หลังทางการ สปป.ลาว กวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ในนครหลวงเวียงจันทน์ ก่อนผลักดันกลับประเทศไทย พบส่วนใหญ่ทำงานเป็นแอดมินเว็บพนัน รับค่าจ้างเดือนละ 15,000–20,000 บาท ตรวจสอบประวัติเจอ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ หนึ่งในนั้นพัวพันองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน

พ.ต.ท.ธียาณพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย บก.ตม.4 เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมี พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย เดินทางไปรับมอบตัวคนไทยทั้ง 39 ราย ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว ภายหลังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ประสานการส่งตัวกลับจากทางการลาว

จากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่า ทั้งหมดเดินทางไปทำงานเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์หลายแห่ง อาทิ Slottibe444, U31, Bio147, 789bet, Eufabet, PG89 และ NINJA123 ซึ่งระบุว่าอยู่ในกลุ่ม ST.Vegas รวมถึงงานตอบแชตผ่านไลน์เกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ในนครหลวงเวียงจันทน์ลักษณะการทำงานแบ่งเป็น 2 กะ กะละ 12 ชั่วโมง ตั้งแต่ 08.00–20.00 น. และ 20.00–08.00 น. ได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละ 15,000–20,000 บาท ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ลาวจับกุม และภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางคดีจึงถูกผลักดันกลับประเทศไทยเจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย ร่วมกับทีมสหวิชาชีพดำเนินการสัมภาษณ์ คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียด เบื้องต้นไม่พบผู้เข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ และไม่พบผู้มีข้อมูล Case ID

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบผู้ลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางและการตรวจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 5 ราย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดดำเนินคดีกรณีเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยไม่แจ้งตามกฎหมายที่สำคัญ ตรวจพบผู้มีหมายจับติดตัว 2 ราย ได้แก่ 1. นายกรพัส ค. ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ของ สน.ห้วยขวาง จากการสอบสวนระบุว่าลักลอบเดินทางออกนอกประเทศทางจังหวัดบึงกาฬ 2. นายปิติชา ส. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5850/2568 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ในข้อหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน โดยมี สน.พญาไท เป็นเจ้าของคดี เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดำเนินการตามกฎหมาย

การรับตัวคนไทยครั้งนี้สะท้อนปัญหาการเดินทางข้ามแดนไปทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังคงตรวจสอบประวัติและคัดกรองผู้ถูกผลักดันกลับอย่างเข้มงวด เพื่อแยกผู้เสียหายออกจากผู้กระทำผิด และติดตามบุคคลที่มีหมายจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

