นายกฯ ย้อนสื่อ ‘เดี๋ยวก็เตรง เตร้ง เตร่ง เตร๊ง หรอก’ หลังถูกถามญัตติซักฟอกใช้เอไอ–ลิเกไปหรือไม่ เมินข้อกล่าวหา ‘ระบอบ น. หนู’ บอก ‘น. หนู ขวักไขว่ บ. ใบไม้ทับถม’ อยากเห็นอภิปรายสร้างสรรค์ ชี้ ‘ประธานสภา’ ไม่ส่งญัตติให้รัฐบาลสักที สงสัยเกลาคำให้ ‘ศิวิไลซ์’ อยู่ ขอทุกหน่วยงานเตรียมข้อมูลเต็มที่ เตือนถ้าตอบไม่ดี อย่าว่าฝั่งตรงข้ามเลย ฝั่งเดียวกันยังจะไม่ยกให้
วันนี้ (13 ต.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการรับประทานอาหารร่วมกับรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้ไปวางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช และเห็นว่าอยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาลจึงเชิญมารับประทานอาหารร่วมกัน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ พอดีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ป่วย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่ได้เดินทางมา ซึ่งในวงรับประทานอาหารไม่ได้พูดคุยอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ได้เรียนให้ทราบว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และหากมีการอภิปรายพาดพิงไปถึงหน่วยงานใด ก็ขอให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงขึ้นมาชี้แจง
เมื่อถามว่า หากเป็นกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่นายกรัฐมนตรีกำกับดูแล จะไปตอบด้วยตัวเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ตนมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้ง 3 คน”
เมื่อถามว่า ได้ขอความมั่นใจเรื่องเสียงโหวตสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ไม่ต้องขอ พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรค หัวหน้าทีม ทุกอย่างยืนยันอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่า พร้อมเปิดรับเสียงโหวตจากพรรคอื่นด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. เราจะไปบอกว่าพรรคนี้ให้ พรรคนี้ไม่ให้ ไม่ได้หรอก พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนซึ่งกันและกันอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องเคารพเอกสิทธิ์ที่ สส. แต่ละคนมีอยู่ เป็นเรื่องสิทธิของหลักประชาธิปไตย”
เมื่อถามว่า เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ปล่อยมือใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “อย่างที่ตนได้เรียน ทำงานร่วมกันมาไม่ได้มีความขัดแย้งอะไร สมัยตนเป็นพรรคร่วมของพรรคเพื่อไทย ตนก็ให้คำยืนยันกับหัวหน้ารัฐบาล ทั้งสมัยนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าไม่ต้องกังวล พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่”
เมื่อถามว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ประสานเรื่องกรอบเวลามาแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เห็นว่ามีเวลา 1 สัปดาห์ในการพิจารณาญัตติ ส่วนเวลาในการอภิปราย เมื่อวานตนได้ตอบคำถามไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่เคยปฏิบัติกันมา ตนไม่มีปัญหา”
เมื่อถามว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ยังไม่ได้คิดเลย”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ยังไม่ถึงเวลาประเมินตัวชี้วัด (KPI) ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “อะไรทำนองนั้น”
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมอภิปรายเรื่อง ‘ระบอบ น. หนู’ นายอนุทิน กล่าวว่า “น. หนู ขวักไขว่ บ. ใบไม้ทับถม”
เมื่อถามว่า ต้องเตรียมองครักษ์สำหรับรับมือ สส. ฝ่ายค้าน เช่น นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน และ น.ส. รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า “ตนไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่มีองครักษ์ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากเห็นการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ตนไม่มีปัญหา เพราะเป็นคนรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แล้วสังเกตสิ อันไหนเข้าท่า ตนก็ไปทำ ไม่เคยดูหมิ่นดูแคลน แต่ขอให้เข้าท่า ทำแล้วเกิดประโยชน์กับบ้านเมือง”
เมื่อถามว่า หากดูจากเนื้อหาในญัตติแล้วเข้าท่าหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “จากที่เขียนก็ไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่เราไม่ใช่เขา เราไปบังคับเขาไม่ได้ ตนก็คิดว่านี่คงเป็นสาเหตุที่ประธานสภาฯ ไม่แจ้งรัฐบาลมาเสียที คงต้องไปเกลาคำให้ไพเราะและศิวิไลซ์หน่อย”
เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านอาจใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเขียนญัตติหรือไม่ เพราะถ้อยคำดูเหมือนลิเก นายกรัฐมนตรีหัวเราะก่อนกล่าวว่า “เนี่ย ผู้สื่อข่าวพูดแบบนี้ เดี๋ยวก็เตรง เตร้ง เตร่ง เตร๊ง หรอก”
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมั่นใจในทุกประเด็นที่จะชี้แจงใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “ไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น ต้องตอบคำถามให้ชัดเจนก่อน ตอบคำถามข้อสงสัยในเรื่องที่มีเหตุมีผล จริง ๆ แล้วก็ต้องถือว่าเป็นการอภิปรายทั้งคณะรัฐมนตรี จะมาบอกว่าเว้นไป 10 คนไม่ใช่หรอก เพราะมีการอภิปรายนายกรัฐมนตรีด้วย ตามที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีตอบทุกเรื่องไม่ได้ ขอให้รัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกอภิปรายได้ช่วยกันตอบ เราตอบประชาชน ฉะนั้น ใครตอบก็ได้ คน ๆ นั้นต้องมีข้อมูล ทุกคนใช้สิทธิของตัวเอง เพราะฉะนั้น ไม่มีคำว่าคนนี้ต้องอย่างนั้น คนนั้นต้องอย่างนี้ หรือนายกฯ ต้องตอบ เพราะท่านอภิปรายคณะรัฐมนตรี”
เมื่อถามว่า หวังเสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้านอิสระหรือพรรคเขียวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะและส่ายหน้าก่อนกล่าวว่า “ไม่รู้จะตอบอย่างไร เราก็ทำสิ่งที่ดีที่สุด ตอบให้ดี สส. ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ถ้าตอบไม่ดีอย่าไปหวังเสียงฝ่ายอื่นเลย ฝ่ายเดียวกับเราจะยกมือให้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ อยู่ที่เราต้องตอบให้ดีด้วย ต้องทำการบ้าน ต้องตั้งใจฟัง ตอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนที่สุด แต่ต้องตอบในกรอบการทำงานของเรา ไม่ใช่ตอบทุกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน”

