เปิดใจ “ช่างหนุ่ย” หลังคลิปเดือดขยะขวางซอย เผย 10 วันจมกับน้ำเน่า สูญเสียเครื่องมือทำกิน

เปิดใจ “ช่างหนุ่ย” หลังคลิปเดือดขยะขวางซอย เผย 10 วันจมกับน้ำเน่า สูญเสียเครื่องมือทำกิน ก่อนอารมณ์พุ่ง ยอมรับผิดขอโทษสังคมจากผู้ประสบภัยน้ำท่วม สู่คนที่ต้องเผชิญซากความเสียหายหน้าบ้านตัวเอง

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ทีมข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ “ช่างหนุ่ย” ช่างกระจกอลูมิเนียม ผู้ประกอบอาชีพรับงานติดตั้งและซ่อมแซมภายในชุมชนเคหะชุมชนร่มเกล้า ซอย 10 หนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้พื้นที่กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลดหลังคลิปเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ถูกเผยแพร่และกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ภาพของชายคนหนึ่งที่แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ตะโกนต่อว่าปัญหากองขยะที่ขวางทางสัญจรบริเวณหน้าบ้าน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาแต่เบื้องหลังภาพความเดือดดาลนั้น ยังมีเรื่องราวของคนที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วม สูญเสียข้าวของ เครื่องมือทำมาหากิน และต้องกลับมาเผชิญกับปัญหาซ้ำเติมในช่วงที่ทุกอย่างควรเริ่มต้นฟื้นตัวจากความไม่เชื่อว่าน้ำจะท่วม สู่วันที่น้ำสูงถึงครึ่งเอว

ช่างหนุ่ย เล่าย้อนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในช่วงแรกไม่ได้คิดว่าสถานการณ์จะรุนแรง เพราะตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แม้แต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ก็ไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมในลักษณะนี้เมื่อมีการแจ้งเตือนเรื่องฝนตกต่อเนื่องและความเสี่ยงน้ำท่วม จึงเกิดความสับสนว่าจะเชื่อข้อมูลจากแหล่งใด กระทั่งเพื่อนบ้านเข้ามาบอกให้รีบตรวจสอบบ้าน เพราะระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นจากที่เคยคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร กลับกลายเป็นภาพที่ทำให้ต้องรีบขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะที่บ้านลูกสาวในซอย 12 ก่อนจะพบว่าเช้าวันที่ 26 กันยายน น้ำขึ้นสูงถึงประมาณครึ่งคันรถยนต์ และไหลเข้ามาจนถึงขอบปูนบ้าน ก่อนจะเพิ่มระดับขึ้นสูงสุดประมาณครึ่งเอวเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ประกอบอาชีพที่เก็บไว้ถูกน้ำท่วมเสียหาย ขณะที่ผู้คนในชุมชนเริ่มหวาดกลัวและทยอยอพยพออกจากบ้าน บางส่วนต้องทิ้งข้าวของไว้เบื้องหลังเพื่อเอาชีวิตรอด ส่วนช่างหนุ่ยยังคงอยู่บนชั้นสอง เฝ้ารอสถานการณ์คลี่คลายตลอดช่วงเวลานั้น มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ แจกจ่ายน้ำดื่มและอาหารกล่องให้ผู้ประสบภัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เปลี่ยนชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชนไปอย่างสิ้นเชิง 10 วันกับน้ำท่วมขัง ก่อนต้องกลับมาเผชิญซากความเสียหายหลังน้ำเริ่มลดลง สิ่งที่หลงเหลือไว้ไม่ใช่เพียงคราบน้ำหรือร่องรอยความเสียหายภายในบ้าน แต่ยังมีเศษซากข้าวของเครื่องใช้ที่พังเสียหาย กองขยะ และกลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าที่สะสมอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานสำหรับช่างหนุ่ย การผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะกลับมาเป็นปกติทันที เพราะเครื่องมือทำมาหากินได้รับความเสียหาย งานติดตั้งที่เคยรับทำก็ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติจากช่างที่เคยออกไปรับงานติดตั้ง ต้องปรับมารับงานซ่อมแซมทั่วไป และช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนของผู้ประสบภัยในชุมชนเดียวกัน โดยยังคงคิดค่าบริการในราคาที่ไม่สูง เพื่อให้พอมีรายได้เลี้ยงชีพและประคองชีวิตต่อไป

แม้จะต้องหารายได้จากเพื่อนบ้านที่ต่างก็ได้รับความเสียหายไม่ต่างกัน แต่ช่างหนุ่ยยืนยันว่า ไม่ต้องการฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของใคร เพราะทุกคนต่างกำลังพยายามกลับมายืนให้ได้อีกครั้งจุดเดือดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนช่างหนุ่ยยอมรับว่า เหตุการณ์ในคลิปไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจเพียงเรื่องเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วม จนเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูพื้นที่ในวันที่ทุกคนกำลังเร่งเก็บกวาดบ้านของตัวเอง เศษซากข้าวของเครื่องใช้ที่เสียหายจากน้ำท่วมถูกนำออกมากองรอการจัดเก็บตามจุดต่าง ๆ ภายในชุมชน แม้จะเข้าใจว่าการฟื้นฟูพื้นที่ต้องใช้เวลาและเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก แต่ปัญหาการวางกองขยะไม่เป็นระเบียบกลับส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนที่อยู่บริเวณนั้นโดยตรง

ช่างหนุ่ย เล่าว่า ช่วงกลางวันยังเห็นเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องช่วยกันเก็บกวาด แต่เมื่อถึงเวลากลางคืนที่การทำงานหยุดพักลง กลับมีขยะจากบ้านต่าง ๆ ถูกนำออกมาวางกองเพิ่มเติมบริเวณสี่แยกเล็ก ๆ หน้าบ้านของตน จนกีดขวางทางสัญจรและทำให้พื้นที่เต็มไปด้วยเศษซากข้าวของทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันว่าจะนำขยะไปวางไว้บริเวณปากซอย แต่เมื่อกลับจากรับงานซ่อมแซมข้างนอก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง กลับพบว่าบริเวณหน้าบ้านเต็มไปด้วยขยะอีกครั้งสำหรับคนที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาน้ำท่วม บ้านเสียหาย เครื่องมือทำกินพัง และยังต้องดิ้นรนหารายได้ ความหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ กลับต้องมาเจอกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งช่างหนุ่ยยอมรับว่า ความน้อยใจและความอัดอั้นมีอยู่ในใจมาระยะหนึ่งแล้ว

ก่อนจะมาถึงจุดที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ในคืนนั้น “กลิ่นเหม็น” คือสิ่งที่ยากจะทน หลังต้องอยู่กับน้ำเน่ามานานหนึ่งในสิ่งที่ช่างหนุ่ยระบุว่ารับไม่ได้มากที่สุด คือกลิ่นเหม็นจากขยะและเศษซากสิ่งของที่กองอยู่หน้าบ้าน หลังจากต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังและสภาพแวดล้อมที่เน่าเสียมานานประมาณ 10 วันเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าขยะยังคงกองอยู่ในบริเวณเดิม ความรู้สึกไม่พอใจจึงปะทุขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีบุคคลที่เรียกว่า “นักล่าสมบัติ” เข้ามารื้อค้นกองขยะ แกะถุง และทำให้เศษข้าวของกระจัดกระจาย จนพื้นที่กลับมาเลอะเทอะอีกครั้ง

ช่างหนุ่ยมองว่า ในช่วงที่ทุกคนกำลังพยายามฟื้นฟูบ้านเรือนและชีวิตของตัวเอง การจัดการขยะควรเป็นไปอย่างมีระเบียบ ไม่ควรปล่อยให้ความเดือดร้อนของคนหนึ่งกลายเป็นปัญหาซ้ำเติมคนอีกคนหนึ่งอย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังยอมรับว่าการแสดงออกด้วยการตะโกนและใช้ถ้อยคำรุนแรงในคลิปเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และภาพที่ปรากฏออกไปอาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเขาจากความเดือดดาล สู่การทบทวนตัวเองและขอโทษสังคม

เมื่อทีมข่าวลงพื้นที่พูดคุยในวันที่ 12 ตุลาคม บรรยากาศของช่างหนุ่ยเปลี่ยนไปจากภาพในคลิปอย่างเห็นได้ชัด โดยเจ้าตัวระบุว่าขณะนี้อารมณ์ดีขึ้นและสามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้วช่างหนุ่ยกล่าวขอโทษสังคมต่อพฤติกรรมการตะโกนและการแสดงความไม่พอใจที่เกิดขึ้น พร้อมอธิบายว่า ในขณะนั้นไม่สามารถหาตัวผู้ที่นำขยะมาทิ้งในจุดดังกล่าวได้ จึงต้องการเพียงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำขยะออกไปทิ้งในบริเวณที่เหมาะสม ไม่ใช่ปล่อยให้กองอยู่หน้าบ้านจนกระทบต่อผู้อื่น

เจ้าตัวยังยืนยันว่าไม่ได้มีอาการคลุ้มคลั่งจากการใช้สารเสพติด พร้อมเปิดเผยว่าสามารถตรวจสอบได้ หากสังคมมีข้อสงสัยจากภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏคำขอโทษครั้งนี้จึงมาพร้อมกับการยอมรับว่า แม้จะมีเหตุผลและความกดดันอยู่เบื้องหลัง แต่การแสดงออกของตนก็อาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับผู้ที่พบเห็นได้เช่นกันขอบคุณเจ้าหน้าที่เข้าจัดการขยะ พร้อมฝากถึงคนในชุมชนภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดกระบังได้เข้ามาดำเนินการจัดเก็บขยะและทำความสะอาดบริเวณดังกล่าว จนขยะที่กองอยู่หน้าบ้านถูกนำออกไปเรียบร้อยแล้ว

ช่างหนุ่ย จึงกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาพร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมจำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดยเฉพาะชุมชนเคหะร่มเกล้าที่มีหลายโซนและมีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทุกฝ่ายต่างทำงานกันอย่างหนัก แต่หากขาดการจัดระเบียบและการประสานงานที่ชัดเจน ก็อาจเกิดปัญหาซ้ำเติมประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่แล้วขณะเดียวกัน ยังอยากขอความร่วมมือจากคนในชุมชนให้ช่วยกันรักษาความเป็นระเบียบ ไม่เห็นว่าจุดไหนวางขยะได้ก็วางทิ้งไว้ตามใจ เพราะทุกคนต่างเป็นผู้ประสบภัย ต่างสูญเสียข้าวของ และต่างต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่จากสิ่งที่เหลืออยู่

“อยากให้พวกเราชาวร่มเกล้ารักกัน” คือสิ่งที่ช่างหนุ่ยอยากฝากถึงคนในชุมชน เพราะในวันที่ทุกคนต่างบอบช้ำจากน้ำท่วม การเห็นอกเห็นใจกันและการไม่สร้างความเดือดร้อนให้กันเพิ่มเติม เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การฟื้นฟูบ้านเรือนเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หลังน้ำลด ความเสียหายไม่ได้จบลงพร้อมกับระดับน้ำที่ถอยกลับไป เพราะผู้ประสบภัยจำนวนมากยังต้องเผชิญทั้งปัญหาปากท้อง ทรัพย์สินเสียหาย และสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

สำหรับช่างหนุ่ย วันนี้ขยะหน้าบ้านได้รับการจัดการแล้ว อารมณ์ที่เคยปะทุได้สงบลง และเจ้าตัวได้กล่าวขอโทษต่อสังคม แต่สิ่งที่ยังต้องเดินหน้าต่อ คือการกลับมาทำมาหากิน การฟื้นฟูชุมชน และการช่วยกันไม่ให้ความเดือดร้อนของคนที่เพิ่งผ่านวิกฤต ต้องกลายเป็นบาดแผลซ้ำเติมกันเองเพราะท้ายที่สุดแล้ว คนเคหะร่มเกล้าต่างก็เป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน ต่างสูญเสีย และต่างกำลังพยายามเริ่มต้นใหม่ สิ่งที่ทุกคนต้องการในเวลานี้ อาจไม่ใช่การซ้ำเติมกัน แต่คือความเข้าใจ ความมีระเบียบ และโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง