คดีฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า! หนุ่มออสซี่รับซ่อนศพ ปฏิเสธฆ่า พ่อเหยื่อเรียก 1.65 ล้านบาท

ศาลจังหวัดพัทยา เปิดนัดคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐาน หนุ่มออสเตรเลียผู้ตกเป็นจำเลยยอมรับสารภาพเฉพาะข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพ แต่ปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นและข้อหาอื่นทั้งหมด ขณะที่บิดาผู้เสียชีวิตยื่นเรียกค่าสินไหมทดแทน 1.65 ล้านบาท ศาลเร่งรัดกระบวนพิจารณา นัดสืบพยานโจทก์และจำเลยเดือนธันวาคมนี้ ท่ามกลางความสนใจของเจ้าหน้าที่กงสุลออสเตรเลียและสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดพัทยา จังหวัดชลบุรี ศาลออกนั่งพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ ท61/2569 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน (MR. SIMON PETER CARMAN) สัญชาติออสเตรเลีย เป็นจำเลย ในคดีฆาตกรรมเยาวชนหญิงชาวไทย อายุ 17 ปี ก่อนมีการนำศพใส่กระเป๋าเดินทางไปทิ้งบริเวณริมทางรถไฟ ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวางคดีดังกล่าว

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 25–26 มิถุนายน 2569 โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดหลายข้อหา ประกอบด้วย ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย รวมถึงความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร แม้ผู้เยาว์จะเต็มใจ และความผิดฐานพาบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม

ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ศาลได้นัดคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและตรวจพยานหลักฐาน พร้อมอธิบายสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายให้แก่บิดาของผู้เสียชีวิตและจำเลย รวมถึงชี้แจงข้อดีและข้อเสียของการต่อสู้คดี เพื่อให้จำเลยเข้าใจสิทธิและผลทางกฎหมายก่อนเข้าสู่กระบวนการสืบพยานประเด็นสำคัญอยู่ที่จำเลยให้การรับสารภาพเพียงข้อหาเดียว คือ ความผิดฐานลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย

ขณะที่ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและข้อหาอื่นตามฟ้อง จำเลยยังคงให้การปฏิเสธทั้งหมดการให้การดังกล่าวทำให้ประเด็นข้อพิพาทสำคัญ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการฆาตกรรม ยังคงต้องเข้าสู่กระบวนการสืบพยานและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย โดยศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหาที่ปฏิเสธ

ขณะเดียวกัน บิดาของเยาวชนหญิงผู้เสียชีวิตได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าสินไหมทดแทน เป็นเงินจำนวน 1,650,000 บาท เพื่อเรียกร้องความรับผิดทางแพ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายจำเลยขอเวลา 15 วันในการยื่นคำให้การต่อคำร้องดังกล่าว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาต

สำหรับคดีนี้ ศาลจังหวัดพัทยาเห็นว่าเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงกำหนดวันนัดสืบพยานอย่างรวดเร็ว เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายโดยศาลกำหนด นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8–9 ธันวาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00–16.30 น. และ นัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00–16.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาคดีในวันนี้ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่กงสุลเครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งเข้าร่วมรับฟังการพิจารณา รวมถึงสื่อมวลชนที่ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับจำเลยชาวต่างชาติและผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนหญิงชาวไทยทั้งนี้ การรับสารภาพในข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพ ไม่ได้หมายความว่าจำเลยยอมรับว่ากระทำความผิดฐานฆาตกรรมด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและคำเบิกความของทั้งสองฝ่าย ก่อนมีคำพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรม

สำหรับความคืบหน้าของคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญครั้งนี้ ศาลจังหวัดพัทยาระบุว่าจะประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินกระบวนพิจารณาให้ทราบต่อไป ขณะที่ประเด็นสำคัญซึ่งสังคมเฝ้าติดตาม คือผลการพิสูจน์ข้อกล่าวหาฆาตกรรมและการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เยาวชนหญิงผู้เสียชีวิต