กองทัพเรือเดินหน้าสู้มวลน้ำ ระดมเรือผลักดันน้ำ 28 ลำ

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 พลเรือตรี ชานินท์ ศรียาภัย โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจบรรเทาอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง โดยระดมเรือผลักดันน้ำและกำลังพลเข้าปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งผลักดันมวลน้ำในแม่น้ำบางปะกงออกสู่ทะเล เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด

จากรายงานผลการปฏิบัติ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. กองทัพเรือจัดกำลังพลจำนวน 64 นาย พร้อมเรือผลักดันน้ำรวม 30 ลำ โดยมีเรือพร้อมปฏิบัติภารกิจ 28 ลำ แบ่งกำลังเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่จำนวน 18 ลำ และบริเวณสะพานมอเตอร์เวย์ข้ามแม่น้ำบางปะกงอีก 10 ลำ เพื่อเสริมกำลังผลักดันมวลน้ำอย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่เรืออีก 2 ลำอยู่ระหว่างเร่งซ่อมทำเพื่อให้กลับมาสนับสนุนภารกิจได้โดยเร็ว

ผลการปฏิบัติเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เรือผลักดันน้ำทั้ง 28 ลำ สามารถดำเนินภารกิจตามแผน โดยประเมินปริมาณน้ำที่ผลักดันได้รวมสูงถึง 1,705,860 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากการเดินเครื่องเรือชุดแรกจำนวน 18 ลำ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง และเรือบริเวณสะพานมอเตอร์เวย์อีก 10 ลำ รวม 13 ชั่วโมง 30 นาที นับเป็นกำลังสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่

สำหรับการปฏิบัติในวันที่ 11 ตุลาคม กองทัพเรือยังคงเดินหน้าใช้เรือผลักดันน้ำทั้ง 28 ลำ ตามแผนที่กำหนด พร้อมติดตามสภาพน้ำและประเมินผลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับช่วงเวลาเดินเครื่องและการใช้กำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยมุ่งรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

โฆษกกองทัพเรือ ย้ำว่า “ภารกิจช่วยเหลือประชาชนคือภารกิจสำคัญที่กองทัพเรือพร้อมทุ่มเทกำลังอย่างเต็มความสามารถ” กองทัพเรือจะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ประเมินผล และปรับแผนการปฏิบัติให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ทุกส่วนสามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

กองทัพเรือพร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ และจะเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อน ลดผลกระทบจากอุทกภัย และนำความเป็นปกติสุขกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด