รัฐบาลใช้เวที World Bank – IMF ต่อยอดความร่วมมือการศึกษา เปิดโอกาสเยาวชนไทยสู่การมีงานทำ

ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร

ทำเนียบรัฐบาล, 10 ต.ค.69 – ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยเตรียมต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF – World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการต่อยอดความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับนานาประเทศ รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับธนาคารโลกในการพัฒนากำลังคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน โดยกระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และธนาคารโลก ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาศักยภาพครู และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนทุกกลุ่ม

IMF-World Bank 2026

ความร่วมมือดังกล่าวมีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการพัฒนาสู่สถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ มุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งด้านวิชาชีพ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่ กสศ. สนับสนุนการขยายโอกาสให้เยาวชนจากครอบครัวรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และพื้นที่ห่างไกล ส่วนธนาคารโลกสนับสนุนองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับสากล เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทการศึกษาไทย

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำความร่วมมือระหว่างประเทศมาต่อยอดเป็นการพัฒนาที่เกิดผลจริงกับประชาชน โดยเฉพาะการศึกษาอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสร้างทักษะอาชีพและเพิ่มโอกาสการมีงานทำ กระทรวงศึกษาธิการจึงมีบทบาทในการผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกการทำงาน พร้อมสนับสนุนครูให้สามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การประชุม IMF – World Bank ในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีหารือด้านเศรษฐกิจระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือเพื่อพัฒนาคนไทย รัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษา เพราะทักษะของประชาชนเป็นพื้นฐานของความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการทำให้เยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ และสามารถนำความรู้ไปสร้างอาชีพและรายได้ให้ตนเองและครอบครัวได้จริง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว