ผบ.ตร. นำทีมแถลงผลผฏิบัติการสยบไพรีพินาศ ทลายเครือข่ายขบวบวนการค้ายาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 10.8 ล้านเม็ด ทรัพย์กว่า 550 ล้าน

ยุทธการสยบไพรีพินาศ ทลายเครือข่ายขบวนการขนไอซ์ข้ามชาติทางทะเลและสกัดกั้นขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ยึดไอซ์ 1.8 ตันเศษ ยาบ้า 10.8 ล้านเม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 550 ล้านบาท

ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องขับเคลื่อนแบบบูรณาการทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้ให้ความสำคัญและเร่งรัดให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติการเชิงรุก ยกระดับมาตรการสกัดกั้นและการลำเลียง ขยายผลปราบปรามรายใหญ่ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบช.ปส, พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญของ บช.ปส. จำนวน 4 คดี ดังนี้

คดีที่ 1 ปฏิบัติการสยบไพรี สกัดยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 10 ล้านเม็ด- ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ทรงพล อาวพิทักษ์ รอง ผกก.2 บก.ปส.3, พ.ต.อ.วิริยะ โชติกวี ผกก.ปพ.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ร่วมกับชุดปฏิบัติการสยบไพรี- จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย (กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง)- สถานที่จับกุม ต.เวียง อ.เทิง จว.เชียงราย- พร้อมของกลางยาบ้า 10,000,000 เม็ด- ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน

คดีที่ 2 ขยายผลยุทธการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” ทลายไอซ์ข้ามชาติทางทะเลกว่า 1.2 ตันเมื่อวันที่ 7 ต.ค.69 เปิดปฏิบัติการสยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร – ชุดจับกุมนำโดย บก.ขส., และ บก.ปส.4, บช.ก. โดย บก.รน., สำนักงาน ป.ป.ส. และ DEA Bangkok- จับกุมผู้ต้องหาชาวไทย จำนวน 6 ราย (กัปตันพร้อมลูกเรือ)- สถานที่จับกุม ทะเลอ่าวไทยตอนล่าง- พร้อมด้วยของกลาง1. ไอซ์ บรรจุเป็นก้อนในถุงชาใส่ไว้ในกระสอบ รวมจำนวน 39 กระสอบ กับอีก 8 ก้อน รวม 1.2 ตัน 2. เรือ EAST HARBOUR 1 และ เรือ Sinthu Phuket (เรือเคยใช้ขนยาเสพติด) รวม 2 ลำ ใช้เป็นยานพาหนะขนยาเสพติดโดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.69 ได้สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงระดับผู้สั่งการและประสานงาน- จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย (เจ้าหน้าที่รัฐผู้สั่งการ 1 ราย และประสานงาน 1 ราย)- ทรัพย์สินที่ตรวจยึดเพิ่มเติม (รวมมูลค่า 48 ล้านบาท)1. เรือ 2 ลำ 2. รถยนต์ 4 คัน3. ที่ดิน 22 ไร่

คดีที่ 3 สกัดจับไอซ์ 600 กิโลกรัม อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี- ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.มงคล ออมทรัพย์ ผกก.3 บก.สกส.- จับกุม ผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 1 ราย และหลบหนี 1 ราย ประกอบด้วย1. นายสินสุขฯ อายุ 28 ปี สัญชาติไทย ผู้ขับขี่รถบรรทุกยาเสพติด2. นายกฤษฎาฯ อายุ 25 ปี สัญชาติไทย นำทางและสำรวจเส้นทาง (หลบหนีการจับกุม)- สถานที่จับกุม ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จว.สุพรรณบุรี – พร้อมด้วยของกลาง 1. ไอซ์ จำนวน 600 กิโลกรัม2. รถยนต์ 1 คัน (ใช้เป็นยานพาหนะขนยาเสพติด)

คดีที่ 4 ดัดแปลงตัวถังกระบะ-ซุกยางอะไหล่ ขนยาบ้า 8 แสนเม็ด- ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.ประสงค์ พันธุ์สวัสดิ์ ผกก.4 บก.สกส.- จับกุม ผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย1. นายวรวุฒิ อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ผู้ขับขี่รถบรรทุกยาเสพติด2. นางสาวธนสิตา อายุ 37 ปี สัญชาติไทย นั่งโดยสารด้านข้างคนขับรถบรรทุกยาเสพติด- สถานที่จับกุม บริเวณด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร- พร้อมด้วยของกลาง1. ยาบ้า 800,000 เม็ด2. รถยนต์ 1 คัน (ใช้เป็นยานพาหนะขนยาเสพติด)

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การปราบปรามยาเสพติดเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้สั่งการกำชับให้ บช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดขยายผลการจับกุมทุกคดี โดยไม่หยุดอยู่เพียงแค่ผู้ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด แต่ต้องสืบสวนเร่งรัดไปถึงกลุ่มนายทุน ผู้สั่งการและผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายในการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด