ยิ่งนานวันชักไม่แน่ใจว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีระกูล มีศักยภาพพอที่จะนำประเทศฝ่าวิกฤตการณ์ต่างๆไปได้ไกลแค่ไหน เพราะเพียงแค่บริหารสถานการณ์อุทกภัยล้มเหลวไม่เป็นท่าแล้ว และเสมือนกำลังจะโชว์บทหาแพะว่าที่ล้มเหลวเพราะข้าราชการในพื้นที่ทำงานไม่เป็น น่าอับอาย

โดยอ่านจากท่าทีของนายอนุทินที่สวมบทขุนไล่ฟัดเบี้ย ที่บรรดาคอการเมืองไม่อยากจะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะฟัดข้าราชการระดับนายอำเภอออกสื่อ ซึ่งวิญญูชนพึงประเมินได้ว่ามีวุฒิภาวะพอที่จะนั่งในตำแหน่งต่อได้หรือไม่ ?
“จอมมารน้อย”ขอร่วมบันทึกเนื้อหาที่นายอนุทินพูดอย่างละเอียดว่า”เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ผมได้ข่าวที่ไม่ได้เรื่องมาเรื่องหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ให้ย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือ ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่อธิบดีกรมการปกครองรายงานว่าดำเนินการตรวจสอบแล้วว่าเป็นความจริง ว่าไม่กระตือรือร้นไม่ทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่ตั้งใจ เมื่อส่งของไปบอกว่าเดี๋ยว ยังไม่ทำ ขอทำพรุ่งนี้เช้า เรื่องการอพยพชาวบ้านก็ไม่ประสานงานเต็มที่จนเป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯทำหนังสือขึ้นมาอย่างเป็นทางการ
“อันนี้เป็นสิ่งที่น่าอับอายน่าละอายอย่างมาก ที่เรามีคนแบบนี้อยู่ในระบบราชการของเรา ถือว่าเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คนและเป็นอำเภอที่ถือว่า ณ วันนี้เป็นแชมป์ประเทศอำเภอที่ลำบากที่สุด ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร การแต่งตั้งให้เขาไปอยู่ที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่งตั้งอย่างไร สำหรับกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นเรื่องน่าอับอายว่ามีคนเช่นนี้อยู่ในระบบการปกครองของกระทรวง กว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเขียนหนังสือคงคิดแล้วคิดอีกแล้วลงรายชื่อด้วย”นายอนุทินระบุและว่าทราบว่าอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการเข้าประจำโรงเรียนนายอำเภอแล้ว ขอให้ดำเนินการสอบสวนทั้งวินัยแล้วดูทัศนคติว่าเกิดอะไรขึ้นสถานการณ์รุนแรงขนาดนี้แล้วถ้าเขาใส่ใจมากกว่านี้ อ.บ้านสร้าง สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ไหม ทำประเมินออกมาให้เรียบร้อยให้ละเอียด
“มองว่าคนแบบนี้ถ้าแย่อย่างนั้นจริง รับราชการไม่ได้ ต้องไม่ให้อยู่ในระบบราชการ เพราะสร้างความเดือดร้อนความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างมหาศาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพชีวิตของพี่น้องประขาชน”นายอนุทิน ระบุ ซึ่งคำพูดนายอนุทินเสมือนดาบสังหารนายเสฏฐวุฒิ แบบตายทั้งเป็นไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาตอกฝาโลงแบบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดว่า”ฟังจากนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาการแทนผู้ว่าฯ และผู้นำท้องถิ่นในจังหวัด ทุกคนรายงานเหมือนกันหมด เกี่ยวกับนายอำเภอบ้านสร้าง ผมเป็นคนรายงานนายกรัฐมนตรีว่าได้รับรายงานอย่างนี้มาจากจังหวัดทางวาจา
“เห็นว่านายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าฯทำหนังสือตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนแล้ว เป็นเรื่องเค้าโครงเดียวกันหมด ผมเข้าใจว่าที่นายอำเภอบ้านสร้างเป็นผู้ที่ทำโซเซียลได้ดี จนประชาชนเห็นวิธีการปฏิบัติในสื่อออนไลน์ แต่ในเชิงปฏิบัติหน้าที่หน้างานไม่ได้เป็นไปตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้ว่าฯ ณ วันนั้น และรองผู้ว่าฯมีความคิดเห็นเดียวกันอยากให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ก่อน”นายพลพีร์กล่าว
เพื่อตอกย้ำว่านายเสฏฐวุฒิบกพร่องต้องย้ายออกสถานเดียว นายชนาธิป ได้ยกเหตุผล 6 ข้อว่าการอพยพประชาชนไม่ได้ให้ความร่วมมือ จัดส่งอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคไม่ทั่วถึง มอบหมายภารกิจและบริหารงานบุคคลมิได้ประชุมบูรณาการ มีพฤติกรรมแสดงออกทางวาจาและท่าทีไม่เหมาะสม นำเสนอภาพและข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียลักษณะทำงานเพียงลำพัง และพฤติการณ์ทั่วไป ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่รับรู้ หากสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ย่อมสามารถยืนยันพฤติการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จากพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นควรให้กรมการปกครองย้ายไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่ปราจีนบุรี
ซึ่งนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองเด้งรับทันที ลงนามในคำสั่งวันที่ 6 ตุลาคม ให้นายเสฏฐวุฒิ ไปช่วยราชการวิทยาลัยปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม -5 พฤศจิกายน เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ถ้ามองอย่างวิเคราะห์ทั้งความเห็นของนายอนุทิน นายพลพรีย์และนายชนาธิป ในทางราชการพออนุมานได้ว่านายเสฏวุฒิ ประพฤติชั่ว พฤติกรรมไม่ดี โดยเฉพาะนายอนุทินถึงขั้นตะเพิดให้พ้นระบบราชการหรือกระทารวงมหาดไทย
แต่ผลสั่งเด้งนายเสฏฐวุฒิ เกิดกระแสตีกลับ ประชาชนทั่วประเทศ ประชาชนใน อ.บ้านสร้าง และข้าราชการในอ.บ้านสร้าง กลับไม่เชื่อว่านายเสฏฐวุฒิ มีพฤติกรรมตามที่ประมุขฝ่ายบริหารกล่าวหา ต่างแชร์ผลงานของนายเสฏฐวุฒิอย่างต่อเนื่อง หลายคนให้ความเห็นว่าที่นายเสฏฐวุฒิ ถ่ายผลงานลงโซเชียลเท่ากับเป็นหลักฐานยืนยันว่าทำงานจริง หากไม่มีคงจะถูกย้ายไปดองอย่างเงียบๆแน่นอน
ดังนั้นที่ นายอนุทิน นายพลพีร์ นายนฤชา นายชนาธิปและนายวีระพันธ์ เห็นตรงกันว่านายเสฏฐวุฒิ ประพฤติตัวไม่ดี มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดให้ถึงที่สุดพร้อมขจัดพ้นระบบราชการตามดำริของนายอนุทิน แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ ซ้ำร้ายเวลาผ่านไปเพียงชั่วข้ามวันและไม่แน่ใจว่านายเสฏฐวุฒิไปรายงานตัวที่วิทยาลัยการปกครองหรือยัง กลับมีคำสั่งย้ายให้นายเสฏฐวุฒิ ไปรับตำแหน่งนายอำเภอลำสนธิ ลพบุรี
จึงไม่แน่ใจพฤติกรรมและคำพูดของนายอนุทิน นายพลพีร์ นายนฤชา และนายชนาธิป ยังมีเครติดพอที่จะให้ประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนชาวปราจีนบุรี และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เชื่อถืออยู่อีกหรือไม่ ?
แต่ที่แน่ๆงานนี้ ขุน ม้า เรือ ถูกเบี้ยกัดคอจนเลือดสาด และเชื่อว่าปิ๊บแถวกระทรวงคลองหลอดคงขาดตลาดแน่นอน !!!


