“สุริยะ” ลงพื้นที่เมืองสองแคว ติดตามสถานการณ์น้ำภาคเหนือตอนล่าง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

“สุริยะ” ลงพื้นที่เมืองสองแคว ติดตามสถานการณ์น้ำภาคเหนือตอนล่าง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เดินหน้าวางระบบระบาย – กักเก็บ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนและเกษตรกร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก คณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วม ณ เทศบาลตำบลท่าทอง พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งทะเลแก้ว อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก

นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับพื้นที่การเกษตร ที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพของประชาชน จึงจำเป็นต้องมารับฟังปัญหาและข้อเสนอในพื้นที่ เพื่อนำมากำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งตามที่ผมได้มอบนโยบาย 5 ด้าน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อภาคการเกษตร การดำรงชีวิตของประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงต้องบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้สามารถรองรับทั้งสถานการณ์น้ำหลากและการขาดแคลนน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนและเกษตรกร

สำหรับพื้นที่ทุ่งทะเลแก้ว เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ เมื่อน้ำหลากและระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จึงมีแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายและการกักเก็บน้ำ เพื่อป้องกันและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งได้ทันท่วงที

“ขอให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการสำคัญ ทั้งการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ การขุดลอก การก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และการปรับปรุงคลองระบายน้ำ พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานเร่งด่วนเกิดผลโดยเร็ว ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และสร้างความมั่นคงให้ภาคการเกษตร เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน” นายสุริยะ กล่าว

สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน มีแผนดำเนินการขุดลอกคลองระบายน้ำเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและเปิดทางน้ำให้สามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น ขณะที่ในระยะกลาง มีแผนก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และการแก้ไขปัญหาในระยะยาวจะมีการปรับปรุงประตูระบายน้ำ อาคารประกอบ และคลองระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำทั้งระบบ และรองรับปริมาณน้ำในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ได้มอบเงินอุดหนุนโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โฉนดที่ดิน ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพบำรุงดิน จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว (RD-1) เมล็ดพันธุ์ผัก พันธุ์ปลา และไข่ไก่ ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการให้ความรู้ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกด้วย

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง อาคารท่อระบายน้ำทุ่งสาน อ.พรหมพิราม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำเขื่อนนเรศวร พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัยและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งสาน โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ น้ำหลาก รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ กรมชลประทานมีแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำขนาด 6 x 6 เมตร จำนวน 1 ช่อง อัตราการระบาย 36 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยจะสามารถเร่งระบายน้ำได้เร็วขึ้นในฤดูน้ำหลาก ขณะเดียวกันยังช่วยบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

“นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลและบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยขอให้กรมชลประทาน หน่วยงานในสังกัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการการทำงานเพื่อให้ การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ มีรายได้ที่ยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้าย