รัฐสภา, 8 ตุลาคม 2569 – นางสาวกุลวลี “แคมป์” นพอมรบดี สส.ราชบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กมธ.ที่ดิน) กล่าวในช่วงหารือของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่ชาวราชบุรีถูกน้ำท่วมหนักมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ว่า ตั้งแต่คืนวันที่ 29 กันยายน ที่ลงพื้นที่จนถึงวันนี้ ชาวบ้านยังไม่ได้นอนหลับเต็มตา ตำบลที่ดูแลอยู่ 18 ตำบล จมน้ำไปแล้ว 16 ตำบลทั้งสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บ้านริมน้ำโดนก่อน ตามด้วยนาข้าว สวนมะพร้าว และสวนผลไม้ที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว คนในตัวเมืองก็เจอน้ำผุดขึ้นจากท่อหน้าบ้าน ซ้ำร้ายวันที่ 6 ตุลาคม ตำบลหินกองยังโดนน้ำป่าไหลหลากเข้ามาอีกรอบ “ราชบุรีเจอครบทั้งน้ำจากเขื่อนและน้ำจากป่าเขา”
ชมเจ้าหน้าที่หน้างาน แต่ถามต่อว่า “ใครตัดสินใจ”
นางสาวกุลวลี อธิบายว่า การจัดการน้ำต้องทำต่อกันเป็นสาย 3 ขั้น คือ ดูล่วงหน้าว่าฝนและน้ำจะมาเท่าไร, ตัดสินใจว่าจะปล่อยน้ำจากเขื่อนเมื่อไรและเท่าไร, และเตือนให้ชาวบ้านรู้ตัวทัน ในขั้นเตือนภัย ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ปภ. และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทุกฝ่าย ที่แจ้งเตือนและช่วยพาชาวบ้านอพยพได้ทันเวลา แต่คำถามที่ชาวราชบุรียังรอคำตอบคือ น้ำมากขนาดนี้มาได้อย่างไร และใครเป็นคนตัดสินใจปล่อยลงมา

จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลมาให้ ดังนี้ 1) ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ส่งตัวเลขที่เคยคาดไว้ว่าฝนจะตกและน้ำจะไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนแม่กลอง เท่าไร เทียบกับที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ถึงวันนี้ เพื่อดูว่าคาดการณ์แม่นแค่ไหน, 2) ขอให้ กฟผ. และกรมชลประทาน ส่งระดับน้ำในเขื่อนเทียบกับเกณฑ์ที่ควรเป็น และปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาในแต่ละวัน ในช่วงเดียวกัน และ 3) ขอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ส่งบันทึกการประชุมที่อนุมัติแผนปล่อยน้ำ เพื่อให้รู้ว่าตัดสินใจเมื่อไร และใช้ข้อมูลชุดไหนในการตัดสินใจ โดยตนจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาบทเรียน และวางแผนป้องกันไว้ก่อน ไม่ให้คนลุ่มน้ำแม่กลองต้องเจอแบบนี้ซ้ำอีก
ขอนายกฯ เร่งเงินเยียวยา “น้ำไม่ได้เลือกท่วมเฉพาะคนมีชื่อในทะเบียน”
อีกเรื่องที่ สส.ราชบุรี ฝากถึงนายกรัฐมนตรี คือ ขอให้เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ครบทุกตำบล และหาทางช่วยเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นกรณีพิเศษ เพราะคนกลุ่มนี้เสียหายไม่ต่างจากคนอื่น แต่เสี่ยงหลุดจากความช่วยเหลือ “น้ำไม่ได้เลือกท่วมเฉพาะคนที่มีชื่อในทะเบียน” โดยย้ำว่า “พี่น้องราชบุรีไม่ได้ต้องการคำขอโทษจากหน่วยงานใดๆ แต่ต้องการความมั่นใจว่าปีหน้าจะไม่ต้องจมน้ำอีก” และยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด

