กรมอุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนฝนเริ่มลด แต่ยังมีฝนหนักบางพื้นที่ ขณะที่ กทม.ฝนถล่มสูงสุด 80 มม. ที่มีนบุรี พบระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออก 3 จุดแตะระดับวิกฤติ จับตา 9-13 ต.ค. มวลอากาศเย็นระลอกใหม่ดันฝนเพิ่ม กทม.-ปริมณฑลเสี่ยงฝนหนักถึงหนักมาก
รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในช่วงเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนระวัง ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันนี้มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีฝนตกปานกลางถึงหนัก โดยจุดที่มีปริมาณฝนสูงสุดคือ ปตร.บึงขวาง เขตมีนบุรี 80.0 มิลลิเมตร รองลงมาคือ คลองแสนแสบ-วัดทรัพย์ฯ เขตหนองจอก 64.5 มิลลิเมตร, สำนักงานเขตทวีวัฒนา 56.5 มิลลิเมตร, หมู่บ้านเศรษฐกิจ ซอย 26 เขตบางแค 45.5 มิลลิเมตร และสำนักงานเขตบางบอน 43.5 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำบนถนนสายหลัก
ขณะที่ระดับน้ำตามแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออก เวลา 07.00 น. พบ 3 จุดอยู่ในระดับวิกฤติ ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) ระดับ +1.86 เมตร จากระดับวิกฤติ +1.80 เมตร, ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) ระดับ +1.28 เมตร จากระดับวิกฤติ +0.70 เมตร และ ประตูระบายน้ำลาดกระบัง ระดับ +0.72 เมตร จากระดับวิกฤติ +0.35 เมตร
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขึ้นสูงสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พบที่สถานีสูบน้ำบางนา +1.68 เมตร เมื่อเวลา 16.00 น., ประตูระบายน้ำปากคลองตลาด +1.92 เมตร เวลา 16.45 น. และสถานีสูบน้ำบางเขนใหม่ +2.20 เมตร เวลา 17.00 น.
ด้านปริมาณน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ พบที่นครสวรรค์ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และบริเวณสามโคก จ.ปทุมธานี เฉลี่ย 2,278 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ กรมอุตุฯ ยังเตือนให้จับตาสถานการณ์ช่วง 9-13 ตุลาคม 2569 เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากจีนอีกระลอกจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง ทำให้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งประชาชนจึงควรติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้

