ที่ทำเนียบรัฐบาล, 6 ตุลาคม 2569 – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงเร่งติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยต่อภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยขณะนี้ข้อมูลความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบ เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ และผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย จึงต้องเร่งให้ศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) จัดทำฐานข้อมูลกลางให้ถูกต้อง ครบถ้วน และลดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจริงโดยเร็ว
ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและความต้องการช่วยเหลือของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม(ข้อมูลณวันที่ 5 ตุลาคม 2569) ได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด สถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,523 ราย โรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย SMEs 4,113 ราย วิสาหกิจชุมชน 94 ราย มูลค่าความเสียหายรวมในเบื้องต้น กว่า 2,137 ล้านบาท “เบื้องต้นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าอาจมีโรงงานได้รับความเสียหายประมาณ 180–190 แห่ง มูลค่าราว 1,700–1,800 ล้านบาท แต่ยังต้องสำรวจเพิ่มเติม สิ่งสำคัญขณะนี้ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ แต่ต้องรู้ให้ชัดว่าใครเสียหายหนัก ใครต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน และต้องช่วยเหลือในรูปแบบใด เพื่อจัดทรัพยากรของกระทรวงเข้าไปช่วยได้ตรงจุด“ รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
นายวราวุธ กล่าวว่า ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัด (อสจ.) ทุกจังหวัดเร่งแยกกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะรายที่เครื่องจักรเสียหายเต็ม 100% หรือมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว พร้อมจัดทำชื่อและช่องทางติดต่อเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับการช่วยเหลือด้านการเงิน กระทรวงได้ประสานสถาบันการเงิน กองทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อฟื้นฟู และเงินทุนสำหรับซ่อมแซมอาคารและเครื่องจักร โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) รายงานว่ามีลูกค้าได้รับผลกระทบโดยตรงใน 37 จังหวัด 918 ราย และนอกพื้นที่ประกาศอีก 66 ราย รวม 984 ราย ล่าสุดทางธนาคารได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว 311 ราย ครอบคลุมเงินต้นประมาณ 992 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้สามารถดำเนินการได้เต็มวงเงินและนานสูงสุด 12 เดือน ทั้งยังมีผู้ประกอบการที่ถูกคัดกรองด้านปัญหาการเงินอีก 134 ราย ซึ่งจะเร่งส่งต่อให้ธนาคารติดต่อโดยตรง
นอกจากนี้ กระทรวงยังเตรียมความช่วยเหลือด้านเทคนิค โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบความปลอดภัยหลังน้ำลด ทั้งหม้อไอน้ำ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และตู้จ่ายไฟ พร้อมจัดทำเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและ Service Provider เพื่อให้คำแนะนำแก่โรงงานขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน ขณะที่การซ่อมเครื่องจักรจะประสานช่างเฉพาะทางเข้าดำเนินการ ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต การจัดเก็บ หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อนในพื้นที่โรงงานและบ่อกาก ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะติดตามและเตรียมมาตรการรองรับกรณีน้ำเพิ่มขึ้นหรือน้ำระบายเข้าพื้นที่
อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ รูปแบบความเสียหาย จำนวนผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว รวมถึงวงเงินและมาตรการที่ได้รับ เพื่อให้เห็นภาพการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงตัวเลขผู้ขอความช่วยเหลือ พร้อมเร่งประสานการนิคมอุตสาหกรรมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือโรงงานที่ได้รับความเสียหาย โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่เสียหายรุนแรงและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนเป็นลำดับแรก
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจะหารือกับบริษัทรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ เพื่อหาแนวทางช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่เป็นเจ้าของรถยนต์แล้วได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยจะหารือและขอความร่วมมือว่าจะมีการออกโปรโมชั่นพิเศษ หรือส่วนลดต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยลดภาระการซ่อมแซมรถยนต์ได้อย่างไรบ้างหรือไม่

