ชาวนราธิวาส เลือก ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาที่ทำกิน น้ำตกซีโป

ชนธัญ แสงพุ่ม

นราธิวาส, 5 ต.ค.69 – ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รับฟังปัญหา และข้อคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ จ.นราธิวาส ถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินที่กำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ 8 ตำบล 32 หมู่บ้าน ได้แก่  อ.ระแงะ อ.ศรีสาคร  อ.จะแนะ และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งประสบปัญหาที่ดินทับซ้อน และไม่มีเอกสารสิทธิ์ บริเวณเทือกเขาเมาะแต ณ ร.ร. บ้านกาหนั๊วะ ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ประธาน กพต. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี

ชนธัญ แสงพุ่ม

โดยนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ศอ.บต. นำทีมผู้บริหาร และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อาทิ ผู้แทนอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป เครือข่ายปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ น้ำตกซีโป สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ สาขาปัตตานี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาร่วมรับฟังปัญหาดังกล่าว ซึ่งประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาความทุกข์ร้อนว่า ขณะนี้ชาวบ้านใน 4 อำเภอ 32 หมู่บ้าน จ.นราธิวาส กลายเป็นคนทำผิดกฎหมายในการอาศัยและทำมาหากินในที่ดินที่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทั้งที่มีวิถีชีวิตสืบทอด ทั้งบ้านเรือน สถานที่ส่วนกลาง และที่ทำกิน ล้วนไม่มีโฉนด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่จับจอง เมื่อมีการเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จำนวน 38,000 ไร่ จาก 69,500 ไร่ จึงกลายเป็นความทุกข์ใจและอยากให้รัฐได้เข้าใจ พร้อมร่วมหาแนวทางแก้ไขโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม เสนอจัดทำแผนแม่บทดำเนินการร่วมกัน

ผู้แทนเครือข่ายปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่น้ำตกซีโป กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องหลักวันนี้คือ ชาวบ้านต้องการโฉนดที่ดินทำกิน เพื่อเป็นหลักประกันที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ชาวบ้านอยากเสนอให้รัฐบริหารจัดการ ให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันได้ และใช้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ปกป้องป่า เรามีปัญหามานาน ขอความเห็นใจให้แก้ไขปัญหา โดยมีชาวบ้านเป็นคนสำคัญในการจัดทำแผนดำเนินการฯ

ชนธัญ แสงพุ่ม

ด้านนายชนธัญ กล่าวว่า ปัญหาในพื้นที่ 32 หมู่บ้าน 4 อำเภอ จ.นราธิวาส มีความซับซ้อน มีหน่วยงานเกี่ยวข้อหลายส่วนราชการ โดยนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงจึงมีข้อสั่งการให้ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทุกส่วน เปิดเวทีรับฟังเสียงชาวบ้านและให้เร่งหาทางออกโดยเร็ว หากปัญหาส่วนใดที่สามารถแก้ได้ ก็ดำเนินการได้เลย อาทิ ที่ดินใดสามารถจัดทำเอกสารสิทธิ์ได้ ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วนที่ดินที่มีปัญหาไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ต้องมาดูกันว่าติดขัดส่วนใดร่วมกัน

 อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้ให้ประชาชน ลงมติเลือกหน่วยงานและคณะทำงานที่จะเป็นหน่วยงานกลาง ประสานการแก้ไขปัญหา โดยที่ประชุมมีมติเห็นพ้องให้ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการและเป็นแกนกลางบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขเรื่องที่ดินบริเวณเทือกเขาเมาะแตให้สำเร็จลุล่วง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้จัดประชุมพิจารณากรอบร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีแนวทางแก้ไขปัญหา คือ ขับเคลื่อนกลไกการมีส่วนร่วม โดยจัดตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ การสอบทานและตรวจสอบข้อมูล การเลือกนกระบวนการรับฟังความคิดเห็น