เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางแม่นาง ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บริเวณซอยสันติธรรม 2 ถนนเลียบคลองประปามหาสวัสดิ์-บางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รีบเดินทางเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนเลียบคลองประปา พบร่าง น.ส.เปี่ยมรัชต์ เพชรไปล่ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี นอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ แขนและขาหัก มีรอยฉีกขาดที่หัวเข่าขวา ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก 110 สีชมพู หมายเลขทะเบียน รรธ-168 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อนพื้น ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 83-7543 นนทบุรี สภาพกระจกหน้าฝั่งคนขับแตกร้าวเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ โดยมี นายศุภวิชญ์ กลางเฉวียง อายุ 31 ปี คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตกใจ
จากการสอบถาม นายศุภวิชญ์ คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังขับรถบรรทุกหินและทรายเพื่อนำไปส่งลูกค้า โดยขับมาตามเลนด้วยความเร็วเพียง 20–40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมาถึงช่วงก่อนถึงแยก ตนเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับแซงรถเก๋งข้ามเลนเข้ามาในฝั่งของตน ตนจึงรีบบีบแตรเตือนและพยายามแตะเบรกเพื่อหยุดรถ แต่เนื่องจากรถบรรทุกมีน้ำหนักมาก ทำให้รถจักรยานยนต์พุ่งชนประสานงาเข้าบริเวณหน้ากระจกรถอย่างแรง หลังเกิดเหตุ ตนได้รีบลงไปดูพบว่าผู้ตายยังมีลมหายใจอยู่ จึงรีบโทรแจ้ง 1669 ทันที
ด้าน นายศิวพล หมื่นเดช อายุ 30 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนกับผู้ตายคบหากันมาได้ประมาณ 1 ปี โดยผู้ตายมีลูกติด 2 คน ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 04.00–05.00 น. ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกัน จากนั้นขณะที่ตนกำลังนอนหลับ รู้สึกเหมือนมีคนเอาผ้ามาห่มให้ แต่พอขยับตัวและลืมตาขึ้นมองกลับไม่พบใคร จึงรู้สึกว่าเป็นลางสังหรณ์แปลก ๆ จนกระทั่งเช้าได้ปรับเข้าใจกันแล้ว ก่อนที่ผู้ตายจะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาหาเพื่อนจนมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้บันทึกภาพถ่ายจุดเกิดเหตุและลงพื้นที่เก็บหลักฐาน พร้อมเชิญตัวคนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บางแม่นาง และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

