โกเบ, ญี่ปุ่น (5 ต.ค. 2569) – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าเจรจาดึงประโยชน์สูงสุดกลับสู่ประเทศไทย ล่าสุดได้เข้าหารือกับ ดร.ฮิเดโอะ โอโนะ ประธานสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติญี่ปุ่น (NICT)
สำหรับสาระสำคัญในการหารือครั้งนี้ คือความสำเร็จในการตกลงร่วมมือ 3 แนวทางปฏิบัติจริงที่จะเกิดขึ้นทันที ได้แก่
1. การร่วมแจกทุนวิจัย : ญี่ปุ่นพร้อมให้ทุนสนับสนุนโครงการวิจัยของไทย โดยจะเริ่มทันทีในปี 2570
2. เปิดแล็บรับคนไทยเข้าทำงาน: NICT ตกลงเปิดรับนักวิจัยไทย เข้าไปทำงานจริงในห้องปฏิบัติการระดับโลกของสถาบันที่ญี่ปุ่น เริ่มปี 2570 เช่นกัน
3. ใช้ไทยเป็นสนามทดสอบ : ใช้ข้อได้เปรียบด้านกฎระเบียบของไทย เป็นพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ร่วมกัน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเตรียมนำเทคโนโลยีขั้นสูง 4 ด้านของญี่ปุ่น มาย่อยและพัฒนาร่วมกับไทยให้เกิดประโยชน์จริง ประกอบด้วย
ชิปพลังแสง (Optics & Photonics) : เปลี่ยนจากการใช้ “ไฟฟ้า” มาใช้ “แสง” ในการส่งข้อมูลแทน ทำให้ชิปรุ่นใหม่ประมวลผลเร็วปรี๊ดและประหยัดแบตเตอรี่ ซึ่งจะมาช่วยหนุนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ Siam Silica ของไทย
ควอนตัมใช้งานง่าย (Optical Quantum) : คอมพิวเตอร์ควอนตัมพลังสูงที่ใช้ “แสง” ประมวลผล ข้อดีคือสามารถตั้งใช้งานใน “อุณหภูมิห้องปกติ” ได้เลย ไม่ต้องสร้างห้องแช่แข็งสุดขั้วเหมือนควอนตัมยุคเก่า
สุดยอดระบบกันแฮก (PQC) : ระบบล็อกรหัสผ่านขั้นสุดยอด ที่ออกแบบมาให้ทนทาน ต่อให้แฮกเกอร์ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตก็เจาะไม่เข้า เพื่อปกป้องข้อมูลการเงินและข้อมูลลับของประเทศ
เซนเซอร์อัจฉริยะ (Biosensors) : เครื่องตรวจวัดที่ผสมผสานชิปอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับสารชีวภาพ สามารถตรวจจับเชื้อโรค สารพิษตกค้างในอาหาร หรือเช็กสุขภาพได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า ความร่วมมือนี้คือการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” (New Growth Engine) เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปิดทางให้ไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมชิปและเวลเนส (Siam Medica) ที่มีมูลค่ามหาศาล และการที่เราดึงเขามาทดสอบเทคโนโลยีในไทย จะทำให้เรากลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และสร้างงานทักษะสูงให้คนไทย พิสูจน์ว่าไทยกำลังจะก้าวเป็นผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ใช่เอาแต่ซื้อเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวถูกขับเคลื่อนผ่านการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ระหว่าง NICT ญี่ปุ่น และ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ของไทย โดยมี ดร.โอโนะ และ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. เป็นผู้ลงนาม ซึ่งข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ยาวไปจนถึงวันที่ 4 ต.ค. 2572
ด้าน ดร.โอโนะ ประธาน NICT กล่าวทิ้งท้ายอย่างเชื่อมั่นว่า “หากทั้งสองประเทศเดินหน้าแลกเปลี่ยนทั้งงานวิจัยและบุคลากรกันอย่างจริงจัง เราจะสามารถสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ร่วมกันได้อย่างแน่นอน”
สำหรับสถาบันวิจัยแห่งชาติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่น (NICT) เป็นหน่วยงานใต้สังกัดกระทรวงกิจการภายในฯ มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการสื่อสารด้วยแสง ผลงานชิ้นโบแดงล่าสุดเมื่อต้นปี 2569 คือการจับมือพันธมิตรนานาชาติ ทุบสถิติโลกด้วยการส่งข้อมูลผ่านสายไฟเบอร์ออปติก (ใยแก้วนำแสง) ที่ใช้งานจริงในกรุงลอนดอน ด้วยความเร็วทะลุขีดจำกัดถึง 450 เทระบิตต่อวินาที

