“ศุภชัย” ขออย่าปั่นจนบิดเบี้ยว ปมความเป็นอิสระไทยพีบีเอส ชี้ต้องแยก “ความเป็นอิสระ” กับ “วิธีรับเงิน” ออกจากกัน

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการถกเถียงเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้ไทยพีบีเอสว่า ก่อนจะปั่นจนบิดเบี้ยวไปมากกว่านี้ ควรตั้งสติแล้วมาพิจารณาเรื่องนี้กัน พร้อมย้ำว่า อย่าเอาคำว่า “ความเป็นอิสระ” ไปผูกไว้กับวิธีรับเงิน

นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้มีการพูดกันว่า หากไทยพีบีเอสไม่ได้รับเงินจาก Earmarked Tax เหมือนเดิม และต้องเข้าสู่ระบบงบประมาณ ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะจะถูกกระทบ จึงอยากชวนกลับไปอ่านกฎหมายไทยพีบีเอสให้ชัด

มาตรา 43 กำหนดมาตรฐานการทำหน้าที่ไว้ว่า ข่าวที่มีผลกระทบต่อสาธารณะต้อง “เที่ยงตรง รวดเร็ว รอบด้าน และเป็นธรรม” ส่วนเรื่องที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและมีความสมดุลของความคิดเห็นฝ่ายต่าง ๆ

ส่วนมาตรา 56 คุ้มครองไทยพีบีเอสจากการขัดขวางหรือแทรกแซงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยมีข้อยกเว้นสำหรับการกระทำที่เป็นไปตามกฎหมาย “นี่ต่างหากคือหลักประกันความเป็นอิสระที่กฎหมายวางไว้”

นายศุภชัย กล่าวว่า ดังนั้นต้องแยกให้ออกระหว่าง “ความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อ” กับ “วิธีการที่องค์กรได้รับเงิน” การเปลี่ยนวิธีจัดสรรเงิน ไม่ได้แปลว่าใครจะมีสิทธิสั่งข่าว สั่งรายการ หรือแทรกแซงกองบรรณาธิการได้ เพราะข้อห้ามตามกฎหมายยังคงอยู่และความเป็นอิสระก็ไม่ได้หมายถึงปราศจากความรับผิดชอบ เพราะกฎหมายฉบับเดียวกันกำหนดให้ไทยพีบีเอสต้องนำเสนอข่าวอย่าง “เที่ยงตรง รอบด้าน เป็นธรรม และสมดุล”

“เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งสร้างสมการว่า ‘ไม่มี Earmarked Tax = ไม่มีความเป็นอิสระ’”

นายศุภชัย กล่าวว่า คำถามที่ควรถามคือ ระบบการเงินแบบใดโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษาความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อได้ เพราะความเป็นอิสระของสื่อควรได้รับการคุ้มครองด้วยกฎหมายและหลักวิชาชีพ ไม่ใช่ผูกติดอยู่กับวิธีรับเงินเพียงวิธีเดียว