ตำรวจไซเบอร์ 5 นำหมายศาลบุกค้นคอนโดฯ ย่านดอนเมือง รวบหนุ่มวัย 34 ปี หลังพบข้อมูลออนไลน์เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธปืน ตรวจค้นพบปืน 4 กระบอก พร้อมกระสุน .22 และกระสุนตะกั่วรวม 120 นัด เจ้าตัวรับซื้อปืนและกระสุนผ่านเฟซบุ๊ก แจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่ง สน.ดอนเมืองดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพชร รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ชมเชย รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง ผกก.กก.4 บก.สอท.5 พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 พร้อมด้วยเจ้าพนักงานตำรวจกก.4 บก.สอท.5 นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 166/884 ชั้น3 อาคาร นิรันดร์คอนโดเทล4 ถนนช่างอากาศอุทิศ แขวง ดอนเมือง เขต ดอนเมือง จ.กรุงเทพมหานคร จับกุมตัวนายวีระศักดิ์ฯ อายุ 34 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืน และ กระสุนปืน
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สอท.5 ตรวจสอบพบข้อมูลทางออนไลน์พบความผิดพ.ร.บ.อาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัดถุระเบิด ดอกไม้เพลิง โดยนายวีระศักดิ์ มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำเอาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนทั้งหมดไปซุกซ่อนไว้ในบ้านพักหลังดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าวพบนายวีระศักดิ์ อยู่ภายในห้องเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงหมายค้น
จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนปากกาชนิดกดยิง 2 ลำกล้อง ใช้ยิงกับกระสุนขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก อาวุธปืนยาวลูกกรดใช้ยิงกับกระสุนปืนขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก อาวุธปืนยาวลูกกรดใช้ยิงกับกระสุนปืนขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก อาวุธปืนยาวอัดลม ใช้ยิงกับกระสุนตะกั่วหัวร่ม 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .22 WMR (แม็กนั่ม) 20 นัด กระสุนปืนขนาด .22 LR 50 นัด กระสุนปืนตะกั่วหัวร่ม 50 นัด
จากการสอบสวนนายวีระศักดิ์ ให้การยอมรับว่า อาวุธปืนทั้งหมดเป็นของตนเองโดยซื้อมาจากคนรู้จักในเฟสบุ๊ค เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วในราคา 4,000 บาท ส่วนกระสุนปืนทั้งหมดตนเองก็ซื้อมาจากในเฟสบุ๊คเหมือนกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ดอนเมืองเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

