จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้ Facebook ชื่อ “Earth-Pitipat Saiwattanasak” ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสะดวกซัก Otteri Wash & Dry สาขาไทรม้า (ข้าง อาร์ม ตรอ. ไทรม้า) ตั้งอยู่บริเวณริมถนนไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้โพสต์เตือนภัยและแชร์เรื่องราวชวนตะลึง

นายปิติพัฒน์ ฯ อายุ 27 ปี เจ้าของร้าน พร้อมด้วย นางดรุณี ฯ อายุ 55 ปี พนักงาน/แม่บ้านประจำร้าน ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 29 กันยายน เวลาประมาณ 16.30 น. ได้มีลูกศิษย์วัดแห่งหนึ่งนำผ้าและจีวรพระใส่ถุงมาฝากซักที่ร้านตามปกติ ขณะที่นางดรุณี พนักงานของร้านกำลังจัดเตรียมและนำผ้าเข้าเครื่องซักเบอร์ 4 ได้ทำการตรวจเช็กและคลี่ผ้าจีวรออก ปรากฏว่าพบวัตถุแปลกปลอมลักษณะนุ่มๆ ซ่อนอยู่ข้างใน ทีแรกเข้าใจว่าเป็น “สกุชชี่” หรือของเล่นเด็ก แต่เมื่อหยิบออกมาดูชัดๆ กลับพบว่าคือเซ็กทอยส์ หรือ “ของเล่นผู้ใหญ่” ทำให้แม่บ้านและผู้พบเห็นถึงกับตกใจและผงะไปตามๆ กัน
ด้านเจ้าของร้านระบุว่า ร้านมีบริการรับฝากซักผ้า โชคดีที่แม่บ้านตรวจเจอสิ่งของดังกล่าวก่อนที่จะนำลงเครื่องปั่นซัก เพราะหากปล่อยให้ซักรวมไป หรือมีลูกค้ารายอื่นมาเห็นเข้า อาจเกิดความเข้าใจผิดและกระทบต่อภาพลักษณ์ความสะอาดของร้าน รวมทั้งฝากเตือนไปยังผู้มาใช้บริการ โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับทางวัด ให้ช่วยสอดส่องและสำรวจสิ่งของก่อนนำมาซักในสถานที่สาธารณะเช่นนี้

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพนักงานร้านสะดวกซักแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นนทบุรี พบวัตถุแปลกปลอมลักษณะเป็นเซ็กซ์ทอย (Sex toy) ปะปนมากับจีวรและเสื้อผ้าขณะเตรียมนำเข้าเครื่องซักผ้า จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาส โดยเจ้าอาวาสได้เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากกรณีที่พระในวัดได้ใช้ให้ลูกศิษย์วัดนำผ้าไปซัก เนื่องจากในวันเกิดเหตุฝนตกและปั๊มน้ำของเครื่องซักผ้าภายในวัดพังใช้งานไม่ได้ จึงต้องนำผ้าออกไปซักร้านสะดวกซักด้านนอก
เจ้าอาวาสระบุเพิ่มเติมว่า ตะกร้าซักผ้าดังกล่าวเป็นตะกร้าที่ลูกศิษย์นำจีวรของพระไปพักไว้ในห้องพักของตนเองก่อน โดยในตะกร้ามีทั้งจีวรของพระ ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าส่วนตัวของลูกศิษย์รวมอยู่ด้วย เมื่อลูกศิษย์ยกตะกร้าไปซักโดยไม่ได้ตรวจเช็กให้เรียบร้อย จึงทำให้มีเซ็กซ์ทอยซึ่งเป็นของส่วนตัวของลูกศิษย์ติดปะปนไปด้วย
ภายหลังเกิดเหตุ ทางวัดได้เรียกทั้งพระและลูกศิษย์มาสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งลูกศิษย์ได้ยอมรับผิดว่าเป็นของตนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับพระแต่อย่างใด ทางเจ้าอาวาสจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนและตำหนิลูกศิษย์ถึงความมักง่ายที่ไม่ควรนำของส่วนตัวมารวมกับผ้าของพระ
นอกจากนี้ เจ้าอาวาสยังได้ฝากข้อคิดถึงประชาชนว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องดีที่มีการช่วยกันสอดส่องดูแล พร้อมเปรียบเทียบธรรมะว่า “พระหรือลูกศิษย์ก็เหมือนแก้วน้ำ บางแก้วอาจจะสะอาด บางแก้วอาจจะสกปรก แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้าเหมือนน้ำในขวด หากพบว่าแก้วสกปรก เราก็เพียงแค่เปลี่ยนแก้ว ไม่ใช่เลิกดื่มน้ำ จึงอยากฝากให้ญาติโยมอย่าเพิ่งหมดศรัทธาหรือเลิกทำความดี เพียงเพราะความผิดพลาดของบุคคล”

