สวก.ขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มมูลค่ามังคุด เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตมังคุดสำคัญของประเทศ มีพื้นที่ปลูกเกือบ 100,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 40,000–50,000 ตันต่อปี และมีเกษตรกรผู้ปลูกกว่า 21,350 ครัวเรือน แต่ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน มังคุดแก่ มังคุดสุกเนื้อดำ และผลตกเกรดอาจมีราคาเหลือประมาณ กก.ละแค่ 10 บาท ขณะที่ผลผลิตบางส่วนไม่สามารถจำหน่ายได้

นายอดิศร พร้อมเทพ อดีตอธิบดีกรมประมง ในฐานะคณะกรรมการขับเคลื่อนงานมุ่งเป้าภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เปิดเผยว่า งานวิจัยขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มมูลค่ามังคุด เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชครั้งนี้ เป็นการนำเอาตัววัฒนธรรมดั้งเดิมของการแปรรูปมังคุด ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านดั้งเดิม ที่มีมานานมาแล้ว นำมาต่อยอดงานวิจัยโดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน). สวก. หรือ ARDA จึงสนับสนุนการนำงานวิจัยของ ผศ.ปุญญาเพชร เดชเพชรธรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มาขยายผลเป็น 2 เทคโนโลยีสำคัญ เพื่อเปลี่ยนมังคุดแต่ละระดับคุณภาพให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ได้แก่ “มังคุดคัดพร้อมบริโภค” และ “ไอศกรีมเชอร์เบทมังคุด”

โดยปัจจัยสำคัญอยู่การคัดมังคุด ที่จะสามารถทำมังคุดคัดที่ใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าการคัดมังคุดแบบดั้งเดิม โดยคัดมังคุดขณะที่ยังอ่อน ไม่แก่จัด เอามาใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่อร่อยมาก แล้วยังสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นได้อีก เป็นโครงการที่ต่อว่าจากงานวิจัย ที่นำมาถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดการผลิตขึ้นจริง เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ประโยชน์อีกประการคือ สามารถลดปริมาณมังคุดในตลาด ที่ช่วงแรกราคาแพงมาก กิโลกรัมอาจจะเกือบ 100 บ. แต่ภายในหนึ่งอาทิตย์ออกมาเยอะก็ราคาตกเหลือ 3 – 4 กก. 100 บาท ซึ่งมันถูกมาก เกษตรกรก็ลำบาก เพราะออกมาแข่งกัน

“ถ้าเราสามารถคัดมังคุดตั้งแต่ตอนยังเขียวอยู่ ส่วนนึงออกมาทำมังคุดคัด โดย 5 กก. ของมังคุดเขียวจะได้มังคุดคัดเนี่ย 1 กิก. ขายได้ กก. 700 บาท มังคุดคัดก็เอาไปคั้นเป็นน้ำมังคุด 1 กก.จะได้น้ำมังคุด 1 ขวด ขายได้ 35 บาท เนื้อมังคุด ก็สามารถนำมาทำไอศกรีมได้ เม็ดมังคุดก็นำมาทำน้ำพริกได้ เพราะฉะนั้นแทบจะไม่มีส่วนเหลือเลย ที่สำคัญพอมังคุดถูกดึงออกมาจากต้นส่วนหนึ่ง มังคุดที่เหลืออยู่ก็จะได้รับอาหารมากขึ้น โตดี ได้ลูกสวย รสชาติดี ขณะเดียวกันจำนวนมังคุดที่อยู่บนต้นน้อยลง พอเข้าตลาดก็จะเข้าน้อยลง ก็จะได้มังคุดที่มีคุณภาพดี พรีเมียม และราคาก็สูง”

สำหรับตัวรายได้ที่ตั้งเป้าไว้ อย่างน้อยเกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 20% จากที่เคยมี นี่คือส่วนที่สำคัญ เพราะฉะนั้นในการจัดการแบบนี้ เกษตรกรก็จะได้ประโยชน์ และมีรายได้ต่อเนื่อง เพราะในช่วงที่มังคุดเขียวก็ได้รายได้มาส่วนนึง เอาไปแปรรูปก็ได้ต่อ แล้วมังคุดใหญ่ก็ได้อีก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อนาคตเราพยายามจะให้เกิดจากจุดนี้ไปจุดอื่นๆ อีกหลายจุดที่ปลูกมังคุด