“พงศกร” เรียกร้อง กทม. พูดความจริง ระบบระบายน้ำทำงาน 50% เพราะเสียหรือไม่

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงสำนักการระบายน้ำ เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขังยาวนาน 2–3 วันในหลายพื้นที่ เช่น คลองจั่น และเคหะร่มเกล้า แม้สถานการณ์น้ำในบางจุดจะเริ่มคลี่คลายลงแล้วก็ตาม

นายพงศกร ระบุว่า แม้การเกิดฝนตกหนักจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ เหตุใดระบบระบายน้ำในพื้นที่สำคัญ เช่น คลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองตัน คลองพระโขนง และคลองประเวศบุรีรมย์ จึงไม่สามารถระบายน้ำออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่มีโครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำรองรับอยู่

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลศักยภาพการระบายน้ำ พบความผิดปกติใน 2 จุดสำคัญ ได้แก่

1. อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ มีศักยภาพการระบายน้ำสูงสุด 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในช่วงเกิดเหตุกลับมีการระบายน้ำจริงต่ำสุดเพียง 29 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดเป็นเฉลี่ยเพียง 60% ของศักยภาพทั้งหมดเท่านั้น

2. สถานีสูบน้ำพระโขนง มีศักยภาพการระบายน้ำ 173 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เดินเครื่องระบายจริงอยู่เพียง 87–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นเฉลี่ยเพียง 50% ของศักยภาพเท่านั้น

นายพงศกร ชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ระบายน้ำไม่ได้ถูกใช้งานเต็มศักยภาพ ซึ่งหากใช้อย่างเต็มที่ย่อมระบายน้ำได้รวดเร็วกว่านี้ จึงเกิดคำถามตามมาว่า เครื่องสูบน้ำภายในสถานีที่มีอยู่จำนวนมาก (อุโมงค์คลองแสนแสบ 4 เครื่อง และสถานีพระโขนง 20–30 เครื่อง) มีอาการชำรุดเสียหายหรือไม่

นอกจากนี้ นายพงศกร ได้กล่าวถึงข้ออ้างที่บอกว่าน้ำในคลองหลักไหลมาไม่ถึงจุดระบาย โดยยกตัวอย่างบึงพระราม 9 ซึ่งเป็นจุดรับน้ำของอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ ว่าในข้อเท็จจริงช่วงเวลาดังกล่าว น้ำเอ่อล้นเต็มบึงจนเสมอระดับถนน แต่ระบบกลับใช้ศักยภาพระบายน้ำไปเพียง 38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 50% กว่าเท่านั้น

“วันนี้เราต้องพูดความจริงว่า ทำไมเครื่องเหล่านี้ถึงทำงานไม่ได้เต็มที่ และเร่งหาทางแก้ไข เพราะปัญหายังไม่จบ อีกไม่นานมวลน้ำมหาศาลกำลังจะไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หากไม่มีการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกไม่นานน้ำก็ จะท่วมเหมือนเดิม” นายพงศกร กล่าวเน้นย้ำ