ตำรวจจราจรระดมกำลังพร้อมรถยก 19 คัน จากตำรวจ กทม. การทางพิเศษฯ และภาคเอกชน เร่งเคลื่อนย้ายรถเสียบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ หลังน้ำท่วมขัง พบรถได้รับผลกระทบ 99 คัน ล่าสุดเคลียร์แล้ว 86 คัน เหลืออีก 13 คัน รอน้ำลดก่อนเร่งนำออก เพื่อคืนเส้นทางให้ประชาชนโดยเร็ว

วันนี้ (27 กันยายน 2569) พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานจราจร พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รับผิดชอบงานจราจร สั่งระดมกำลังตำรวจจราจรในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมบูรณาการรถยกจากกรุงเทพมหานคร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เข้าช่วยเหลือประชาชนและเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดเสียจากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในพื้นที่ สน.มักกะสัน เพื่อเปิดพื้นผิวการจราจรและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ส่งผลให้มีรถยนต์จอดเสียและตกค้างบนเส้นทางเป็นจำนวนมาก โดยตรวจสอบพบรถที่ได้รับผลกระทบ รวม 99 คัน ทำให้การสัญจรในพื้นที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่จึงเร่งจัดกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือทันทีที่สภาพพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงาน

พล.ต.ต.ธวัช ได้กำชับให้หน่วยงานด้านการจราจรเร่งบูรณาการกำลังและเครื่องมือจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยเหลือประชาชน เคลื่อนย้ายรถที่ตกค้างออกจากผิวจราจร และคืนเส้นทางให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามระดับน้ำและสภาพการจราจรอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.ต.อ.กัมพล ได้ประสานการปฏิบัติและระดมรถยกเข้าสนับสนุนพื้นที่ สน.มักกะสัน รวมทั้งสิ้น 19 คัน ประกอบด้วย รถยกจากสถานีตำรวจในสังกัด บก.น.1 จำนวน 8 คัน รถยกจาก สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร 5 คัน รถยกที่ได้รับการสนับสนุนจาก ภาคเอกชน 5 คัน และรถยกขนาดใหญ่จาก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 1 คัน โดยในส่วนของรถยกตำรวจมีเจ้าหน้าที่ประจำรถคันละ 2 นาย รวมกำลังตำรวจ 28 นาย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติภารกิจ
17.30 น. เคลื่อนย้ายแล้ว 86 คัน เหลือ 13 คัน
จากการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียพ้นจากการกีดขวางได้แล้ว 86 คัน จากทั้งหมด 99 คัน โดยรถที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายถูกนำไปพักไว้บริเวณ สวนสราญรมย์ และถนนกำแพงเพชร 7 ริมทางรถไฟ เพื่อเปิดพื้นที่การจราจรและเตรียมคืนเส้นทางให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติหลังระดับน้ำลดลง
ส่วนรถที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ คงเหลือ 13 คัน อยู่บริเวณช่วง แยกทองหล่อเหนือถึงแยกเอกมัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีปริมาณน้ำท่วมสูง ทำให้การนำรถยกเข้าปฏิบัติการยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการนำรถทั้ง 13 คันเข้าชิดขอบทางด้านซ้าย เพื่อลดการกีดขวางและเปิดช่องทางการจราจรให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้มากที่สุด
พล.ต.ต.ธวัช ได้กำชับให้ตำรวจจราจรติดตามระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงต่อเนื่อง และหากในวันพรุ่งนี้ระดับน้ำลดลงจนอยู่ในระดับที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ให้ประสานรถยกเข้าดำเนินการทันที เพื่อ เคลื่อนย้ายรถที่เหลือทั้ง 13 คันออกจากพื้นผิวการจราจรให้ครบทุกคัน
“สถานการณ์เช่นนี้ การทำงานต้องแข่งกับเวลา เป้าหมายแรกคือช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันต้องเร่งเปิดเส้นทางเพื่อไม่ให้รถที่จอดเสียส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง การปฏิบัติครั้งนี้จึงต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ กรุงเทพมหานคร การทางพิเศษฯ และภาคเอกชน เพื่อให้ถนนกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด” พล.ต.ต.ธวัช กล่าว

พ.ต.อ.กัมพล กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้ใช้กำลังเฉพาะพื้นที่ สน.มักกะสัน แต่เป็นการระดมทรัพยากรจากสถานีตำรวจในสังกัด บก.น.1 พร้อมประสานหน่วยงานภายนอกเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะรถยกและรถยกขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยเหลือประชาชนและเร่งคลี่คลายผลกระทบต่อการจราจร
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ขอขอบคุณสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน ตลอดจนตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่ทุกนาย ที่สนับสนุนกำลัง รถยก และเครื่องมือในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
“ภารกิจจะยังไม่สิ้นสุดจนกว่ารถที่ตกค้างทั้ง 99 คันจะได้รับการดำเนินการ และสามารถคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ เมื่อน้ำลดและสภาพพื้นที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการกับรถที่เหลืออีก 13 คันทันที”

