CIB-กระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว ของเกาหลีใต้ จับมือปราบหนังละเมิดลิขสิทธิ์

ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB และกระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว ของเกาหลีใต้ จับมือปราบหนังละเมิดลิขสิทธิ์ หลังซีรีย์เกาหลีผิดกฎหมายลุกลามในไทย-มาเลเซีย

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) หมอบหมายให้ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) และ พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. เป็นหัวหน้าคณะเข้าร่วมและเป็นผู้แทนลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการปราบปรามละเมิดลิขสิทธิ์ ในงาน International Copyright Protection Forum (ICPF 2026) ที่ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ดงแดม สแควร์ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. เป็นผู้แทนลงนามความร่วมมือ (MOU) โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย บก.ปอศ. เป็นตัวแทน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองลิขสิทธิ์  กับกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ โดยมี Miss.Young Jin Choi อธิบดีกรมนโยบายลิขสิทธิ์  กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว แห่งสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้แทน เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรับมือการละเมิดลิขสิทธิ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนโยบายเพื่อพัฒนาระบบและสร้างความตระหนักรู้ด้านการคุ้มครองลิขสิทธิ์

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กก.1 บก.ปอศ. ได้ปฏิบัติการร่วมกันระหว่างประเทศกับตำรวจเกาหลีใต้มาแล้ว โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้, องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล), สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย และหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (HSI) ทลายเครือข่ายผู้ให้บริการ IPTV ผิดกฎหมายที่มีฐานอยู่ในไทยและมาเลเซีย

โดยผลงานการปราบปรามเครือข่าย IPTV ผิดกฎหมาย ลักลอบเผยแพร่ช่อง TV สด 426 ช่อง และ VOD กว่า 8,000 เรื่อง โดยภาคอุตสาหกรรมประเมินความเสียหายของจากการละเมิดเคสนี้ไว้ที่ประมาณ 3.5 หมื่นล้านวอน ประมาณ 900 ล้านบาท

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า ปฏิบัติการร่วมดังกล่าว สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด 4 ราย ซึ่งประกอบด้วยชาวไทย 1 ราย และชาวมาเลเซีย 3 ราย ภายหลังจากการสืบสวนในท้องที่ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์ความผิดของชาวมาเลเซียได้ 2 ราย และในเดือนพฤษภาคมสำหรับชาวไทย 1 ราย จึงถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลในประเทศนั้น