ภัยใกล้ตัวคนใช้รถ! ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ตามรวบหนุ่มวัย 45 ปี ใช้เครื่องส่งสัญญาณรบกวนตัดสัญญาณรีโมทรถ ทำให้ประตูไม่ล็อก ก่อนฉวยจังหวะเปิดรถลักทรัพย์ในลานจอดห้างย่านราชพฤกษ์ เล็งอุปกรณ์ไอทีราคาแพงทั้ง iPad กล้อง และเครื่องเล่นเกม ผู้เสียหายสูญทรัพย์รวมกว่า 9 หมื่นบาท ขณะที่ตำรวจใช้เวลาเพียง 3 วันตามแกะรอยจนจับกุมได้ พร้อมของกลางและเครื่องกวนสัญญาณ 4 เครื่อง
โจรแสบใช้ “เครื่องกวนสัญญาณ” ป่วนรีโมทรถ ฉกลานจอดห้าง ตำรวจตามรวบใน 3 วัน
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2569 พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รอง ผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายกิตติศักดิ์ หรือ “อ็อด” เพ็ชรเทียม อายุ 45 ปี ชาว จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ภายในรถยนต์
เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้บริเวณร้าน Flash Express สาขาตลาดมารวย ไนท์มาร์เก็ต หทัยราษฎร์ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย กล้องถ่ายรูป FUJIFILM สีชมพูพิงค์โกลด์ 1 ตัว, iPad Air 5 สีดำ 1 เครื่อง, iPad Pro ขนาด 12.9 นิ้ว รุ่น Wi-Fi สีดำ 1 เครื่อง, อุปกรณ์ส่งสัญญาณรบกวนการล็อกรถยนต์ 4 เครื่อง รวมถึงเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเหตุ
เหยื่อรายแรกสูญทรัพย์กว่า 5 หมื่นบาท
คดีดังกล่าวเริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายอนุรัญช์ พิณพาทย์ อายุ 31 ปี อาชีพบุรุษพยาบาล เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ หลังพบว่าทรัพย์สินภายในรถยนต์ถูกขโมย ขณะจอดอยู่ภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยทรัพย์สินที่สูญหายมีมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท
นายอนุรัญช์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะนำรถไปจอดที่ห้างเพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับทำงาน เนื่องจากเร่งรีบจึงกดรีโมทล็อกรถแล้วเดินออกจากรถไป โดยไม่ได้ตรวจสอบด้วยการใช้มือดึงที่มือจับประตูว่ารถล็อกสนิทหรือไม่ กระทั่งเดินทางไปถึงที่ทำงาน จึงพบว่าทรัพย์สินภายในรถหายไปหลายรายการ ได้แก่ iPad Air 5, Apple Pencil 2, Nintendo Switch 2 พร้อมแผ่นเกม 6 แผ่น และกล้องโพลารอยด์ FUJIFILM สีชมพูพิงค์โกลด์ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000 บาท
ช่วงแรกผู้เสียหายเข้าใจว่าอาจลืมนำทรัพย์สินไปไว้ที่อื่น แต่เมื่อตรวจสอบตำแหน่ง GPS จากอุปกรณ์ติดตามที่อยู่ภายในกระเป๋าเครื่องเล่นเกม กลับพบพิกัดอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยเดินทางไป จึงเชื่อว่าน่าจะถูกลักทรัพย์และเข้าแจ้งความกับตำรวจ
พบผู้เสียหายอีกราย สูญทรัพย์ประมาณ 4 หมื่น
ต่อมาในวันที่ 24 กันยายน 2569 มีผู้เสียหายอีกราย คือ น.ส.ชานัณญา อายุ 31 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกลักทรัพย์ภายในสถานที่เดียวกัน โดยมีทรัพย์สินสูญหายมูลค่าประมาณ 40,000 บาท
ตำรวจชุดสืบสวนจึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพฤติการณ์ของคนร้าย กระทั่งพบเบาะแสสำคัญ ก่อนขยายผลไปยังช่องทางที่คนร้ายนำทรัพย์สินไปจำหน่าย และสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้ในเวลาเพียง 3 วันหลังเกิดเหตุ
ใช้ “เครื่องกวนสัญญาณ” ทำรถไม่ล็อก ก่อนฉกทรัพย์
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายกิตติศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า ได้สั่งซื้ออุปกรณ์ส่งสัญญาณรบกวน หรือ Signal Jammer ผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาประมาณ 500-600 บาทต่อเครื่อง วิธีการก่อเหตุคือ เมื่อพบผู้ขับขี่กำลังจะลงจากรถ ผู้ต้องหาจะกดอุปกรณ์ส่งสัญญาณรบกวนค้างไว้ในจังหวะที่เจ้าของรถกดรีโมทล็อก ส่งผลให้สัญญาณล็อกประตูรถไม่ทำงาน
จากนั้นหากเจ้าของรถไม่ได้เดินกลับมาตรวจสอบประตูด้วยมือ ผู้ต้องหาจะอาศัยจังหวะดังกล่าวเปิดประตูเข้าไปค้นหาและลักทรัพย์ โดยมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินมีมูลค่า โดยเฉพาะ iPad โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ
ผู้ต้องหาระบุว่าไม่ได้เจาะจงเลือกรถคันใดเป็นพิเศษ แต่จะเลือกลงมือจากจังหวะที่เห็นเจ้าของรถกดรีโมทแล้วเดินออกไปโดยไม่ตรวจสอบประตู ก่อนนำทรัพย์สินไปขายต่อ โดยครั้งล่าสุดได้เงินจากการขายทรัพย์สินประมาณ 2,000 บาท
ตำรวจแกะรอยช่องทางขาย ก่อนรวบหน้าบริษัทขนส่ง
ด้าน พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาจะสะพายกระเป๋าใส่อุปกรณ์และแต่งกายมิดชิดเพื่อปกปิดใบหน้า ก่อนใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณรบกวนในจังหวะที่เจ้าของรถกดรีโมทล็อก หลังได้ทรัพย์สิน ผู้ต้องหาจะนำไปโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊ก และใช้บริการบริษัทขนส่งเอกชนในการส่งมอบสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวตน
ตำรวจจึงติดตามเส้นทางการจำหน่ายและได้รับความร่วมมือจากผู้รับซื้อ ก่อนสะกดรอยจนทราบว่าผู้ต้องหากำลังนำกล้องถ่ายรูปซึ่งคาดว่าเป็นทรัพย์สินจากการก่อเหตุครั้งล่าสุดไปส่งที่บริษัทขนส่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าติดตามและจับกุมตัวได้บริเวณดังกล่าว พร้อมของกลาง
ผู้เสียหายขอบคุณตำรวจ หลังจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
นายอนุรัญช์กล่าวขอบคุณและชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ที่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่รับซื้อทรัพย์สินจากผู้ต้องหา หากมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดี ขอให้รีบนำส่งคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการรับของโจร ทั้งนี้ ทรัพย์สินของผู้เสียหายบางส่วนยังอยู่ระหว่างการติดตามและตรวจสอบเพิ่มเติม
พบประวัติก่อเหตุหลายครั้ง
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อปี 2558 เคยก่อเหตุในพื้นที่ จ.ชลบุรี และปี 2566 ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ระยอง ก่อนกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในปี 2569 ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ชัยพฤกษ์ จำนวน 2 ครั้ง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาปัจจุบันไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง รับซื้อของมาขายทั่วไป และให้การว่าหลังพ้นโทษจะไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก
ตำรวจเตือนภัย “กดรีโมทแล้วต้องเช็กประตู”
ตำรวจฝากเตือนประชาชนที่ใช้รถยนต์ โดยเฉพาะผู้ที่นำรถไปจอดตามห้างสรรพสินค้า ตลาด หรือสถานที่สาธารณะ ให้เพิ่มความระมัดระวังทุกครั้งหลังจากกดรีโมทล็อกรถ
วิธีง่ายๆ คือ หลังจากกดรีโมทแล้ว ให้ใช้มือดึงที่มือจับประตูเพื่อตรวจสอบว่าประตูล็อกเรียบร้อยจริง ก่อนเดินออกจากรถ หากพบว่าประตูไม่ล็อก ให้ตรวจสอบความผิดปกติและไม่ควรทิ้งทรัพย์สินมีค่าไว้ภายในรถ
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับใช้คุ้มครองทรัพย์หรือบุคคล” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ยืนยันเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุภายใต้อุดมการณ์ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไป

