นายกฯ เรียกประชุมด่วนจากลอนดอน สั่งการทุกหน่วยงาน ผนึกกำลังรับมือน้ำท่วม โดยเฉพาะ กทม.

นายกฯ เรียกประชุมด่วนจากลอนดอน สั่งการทุกหน่วยงาน ผนึกกำลังรับมือน้ำท่วม โดยเฉพาะ กทม. ลั่น ห้ามมีคำว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านชัชชาติ” แต่เป็นเรื่องของรัฐบาล สั่ง “เอกนิติ” ประสานงบช่วยฯ ทันที ไม่ต้องรอ 12 ชั่วโมง จ่อประชุม ครม.นัดพิเศษพรุ่งนี้ หลังเดินทางถึงไทย

วันนี้ (26 ก.ย. 69) เวลา 15.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ได้เรียกประชุมผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์เพื่อติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า ได้ติดตามสถานการณ์ ฝนตกและอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่น ๆ โดยตลอด ซึ่งมีความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจึงขออนุญาตในการเรียกประชุมผ่านระบบออนไลน์ ก่อนการเดินทางกลับจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า สิ่งที่ต้องการที่สุดคือให้ทุกหน่วยงานทำงานกันอย่างสอดรับและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะใน กทม.ห้ามมีคำว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านชัชชาติ” ต้องเป็นเรื่องของรัฐบาล ต้องเป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงานที่จะทำให้ความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการแก้ไขให้โดยที่สุด

จากนี้ ได้รับรายงานตอนทราบว่าปัจจัยครั้งนี้คือปริมาณฝนที่มากเกินกว่าระบบการระบายน้ำจะรองรับได้ อีกทั้งมีปริมาณน้ำสะสมรวมไปถึงน้ำจากพื้นที่ตอนบน ซึ่งการบริหารจัดการคือต้องรวมกันทั้งระบบไม่สามารถแยกเป็นส่วนได้ ขอหน่วยงานทางด้านอากาศ น้ำ สาธารณภัย การคมนาคม กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน ช่วยเหลือประชาชน ทั้งที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ถุงยังชีพ หรือศูนย์พักพิง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชม กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟฟ้ามวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรุงเทพมหานคร ที่จัดให้ประชาชนสามารถนำยานพาหนะส่วนตัวไปจอดโดยไม่คิดค่าบริการ นี่คือสิ่งที่ทุกท่านได้คิดลึกมากไปกว่าการเยียวยา การการดูแลเครื่องนุ่งห่ม อาหาร จึงอยากให้ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงานราชการ รวมถึงสนามบินต่างๆ หากมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขอฝากให้รัฐมนตรีทุกท่านได้ดำเนินการช่วยเหลือ และจัดพื้นที่และบุคลากรในการอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด โดยที่มีการแยกพื้นที่สำหรับจอดรถสำหรับผู้ประสบภัย และพื้นที่การจอดรถสำหรับผู้มาใช้บริการทั่วไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า อยากให้การประชุมในวันนี้มีการสรุปเห็นว่าแต่ละพื้นที่ต้องมีการช่วยเหลือ สนับสนุนอย่างไรบ้าง รวมทั้งความพร้อมของกำลังคน เครื่องจักร และขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ได้ให้ความสำคัญกับการอัปเดตสถานการณ์ให้กับประชาชนอย่าให้ขาดช่วง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าการเตือนภัยแต่ละเขตเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี จึงขอความมั่นใจว่าระบบดังกล่าวยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้ทันเวลา

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า พวกเราเป็นทีมเดียวกัน ที่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก หมั่นในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โดยยึดการอำนวยความสะดวก การลดความเดือดร้อนและภาระของประชาชนและความรวดเร็วในการทำงาน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครไม่ต้องกังวลเรื่องงบงบประมาณ โดยจะให้นายเอกนิติ เป็นผู้ประสานเรื่องดังกล่าวเนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่สำคัญ โดยรัฐบาลยืนยันในการสนับสนุนการทำงานเพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากที่สุด ขณะที่รัฐมนตรีทุกท่าน มีพื้นที่ในการรับผิดชอบของตนเองอยู่แล้ว ขอให้อยู่ในพื้นที่และประสานนายเอกนิติเพื่อใช้อำนาจตามมติคณะรัฐมนตรีสั่งการได้ทันที ไม่ต้องรอระยะระยะเวลา 12 ชั่วโมง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ หลังจากเดินทางกลับถึงประเทศไทยใน 08:00 น.ขณะที่ นายเอกนิติ รายงานว่า จากสถานการณ์ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ได้ประสานหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในพื้นที่ให้เปิดพื้นที่จอดรถเพื่อรองรับประชาชน เนื่องจากยังมีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมากส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และประสานการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ไหลลงมา โดยมีแนวทางกระจายน้ำออกไปตามพื้นที่และเส้นทางที่สามารถรองรับได้ เพื่อไม่ให้น้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลมาสมทบในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากเกินไป พร้อมกำชับพื้นที่จังหวัดปทุมธานีให้เร่งบริหารจัดการและระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำไหลเข้ามาซ้ำเติมพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า