จากกรณีเพจ “ฝันร้ายบางพลู 122” ได้โพสต์คลิปเรื่องราวสุดสะเทือนใจในโลกออนไลน์ เมื่อสองพี่น้องต้องเผชิญวิกฤตชีวิตตกอับจนต้องออกมาคุ้ยหาเศษอาหารตามถังขยะในยามค่ำคืนเพื่อประทังชีวิต จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และได้รับความเห็นใจจากสังคมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เปิดใจสองพี่น้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเข้าช่วยเหลือ
นายภัทรวัชร์ บุษราโศภิษฐ์กุล อายุ 19 ปี (คนน้อง) เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 แต่ยังไม่มีเงินเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ปกติพักอาศัยอยู่กับพี่ชายคือ นายคงทิวา ณ ระนอง อายุ 28 ปี (คนพี่) ซึ่งตกงานมาประมาณ 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้อาศัยเงินเก็บของพี่ชายในการใช้จ่าย แต่ช่วงสัปดาห์กว่าที่ผ่านมา เงินเก็บหมดลง จึงต้องตัดสินใจออกไปคุ้ยหาเศษอาหารตามถังขยะตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนและไม่อยากให้ใครเห็น ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาสร้างภาพหรือเรียกร้องความสงสารในโซเชียล แต่ทำไปเพียงเพราะต้องการประทังชีวิตให้รอดพ้นไปวันๆ โดยเศษอาหารที่เก็บได้ส่วนใหญ่เป็นน้ำก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารที่คนกินเหลือ ซึ่งปกติตนและพี่ชายจะกินอาหารวันละ 3 มื้อ และประหยัดใช้น้ำใช้อย่างที่สุด พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณที่ทำให้พวกผมมีชีวิตที่ดีขึ้นในวันนี้ ถ้าไม่ได้พี่ตำรวจคนนี้คงแย่ อย่างน้อยในประเทศนี้ก็ยังมีตำรวจน้ำดีอย่างพี่เขา”
ด้าน นายคงทิวา ณ ระนอง อายุ 28 ปี (พี่ชาย) เปิดเผยว่า ตนเคยทำงานและมีเงินเก็บก้อนหนึ่งจากการที่บริษัทเก่าปิดตัวลงและได้รับเงินจ้างออก ซึ่งเงินก้อนนั้นได้นำมาประคับประคองชีวิตและใช้ส่งน้องเรียนหนังสือมาโดยตลอดตั้งแต่ระดับชั้น ม.1 หลังจากตกงานและหางานใหม่ไม่ได้เป็นเวลานาน เงินเก็บสะสมทั้งหมดจึงหมดลง จนต้องตัดสินใจคุ้ยหาอาหารจากกองขยะเพื่อประทังชีวิต ล่าสุดเริ่มมีข่าวดีเรื่องการทำงาน โดยมีผู้ติดต่อชวนไปสัมภาษณ์งานในตำแหน่งใกล้บ้าน บริเวณร้าน 108 Shop ใกล้หมู่บ้านภัสสร ซึ่งมีกำหนดจะเข้าสัมภาษณ์ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดยตนตั้งใจว่า หากเริ่มตั้งหลักและเก็บเงินได้อีกครั้ง สิ่งแรกที่จะทำคือการส่งเสียน้องให้ได้เรียนต่อ ส่วนเงินที่ได้รับความช่วยเหลือ จะนำมาบริหารจัดการอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ผู้ใหญ่ใจดี สื่อมวลชน และชาวเน็ตทุกคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ตนมีพลังที่จะลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง
ขณะที่ ส.ต.ท.ภูกิจ เพชรคง ผบ.หมู่ (ผช.พงส.) สภ.บางบัวทอง ผู้ถ่ายคลิปและนำเรื่องราวไปโพสต์ลงโซเชียล กล่าวว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ตนกำลังขับรถตรวจพื้นที่ตามปกติ สังเกตเห็นน้องคุ้ยถังขยะ ตอนแรกเข้าใจว่าจะนำไปให้สัตว์เลี้ยง แต่เมื่อทราบว่านำไปรับประทานเองก็รู้สึกตกใจ จึงตั้งใจนำเรื่องราวมาถ่ายทอดเพื่อเป็นกระบอกเสียง โดยในวันนี้ได้นำเงินสนับสนุนจาก ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง มามอบช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแล ทั้งเทศบาลเมืองบางบัวทอง, พม., ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ใจบุญ นำเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และช่วยดำเนินการต่อมิเตอร์น้ำ-ไฟที่เคยค้างชำระให้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของสองพี่น้องเริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง

