วันนี้ (24 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัขดาภิเษก เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” ได้นำสำนวนคดีซื้อขาย Forex 3 ดี โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 17 ลัง 102 แฟ้ม กว่า 4 หมื่นแผ่น ส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีผู้ต้องหา 34 ราย เป็นนิติบุคคล 10 ราย และบุคคล 24 ราย พร้อมมีความเห็นสั่งฟ้องหลายข้อหา ทั้งร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน”
โดยในจำนวนนี้มี นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” และนาย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดย และนายภาวุธ ร่วมอยู่ด้วย โดยพนักงานอัยการได้ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ในขั้นตอนให้ผู้ต้องหาลงนามรับรองในเอกสารหลักฐานที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้
นายรัฐภูมิ กล่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเข้าฟังคำพิพากษา ว่า ตนเองได้ให้การกับพนักงานสอบสวนครบทุกประเด็นแล้ว และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด และไม่เคยชักชวนบุคคลใดให้มาร่วมเทรดหรือระดมทุน ซึ่งยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอน
ขณะที่นายพรหมศร อู่เงิน ทนายความของนายรัฐภูมิ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการทำเอกสารขอความเป็นธรรมแต่จะร้องขอในประเด็นใดบ้างนั้น ขณะนี้ยังไม่ เพราะต้องรอดูในรายละเอียดของสำนวน รวมถึงยังไม่ทราบว่าอัยการท่านใดเป็นผู้รับผิดชอบคดี ดังนั้น จะต้องมาพบอัยการก่อนถึงจะทราบรายละเอียด
ด้านนายภาวุธ กล่าวว่า ตนจะยื่นร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการ เนื่องจากคดีมีรายละเอียดด้านเทคนิคและเทคโนโลยีหลายประเด็นส่วนเส้นทางการเงิน นายภาวุธ ยืนยันว่า สามารถชี้แจงได้ทั้งหมด และมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเงินที่ได้รับมาไม่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชน โดยหลักฐานทั้งหมดอยู่ในสำนวนแล้ว
“สำหรับประเด็นทางการเมือง หากดูจากรูปคดีน่าจะเห็นได้ว่า ตัวเองเป็นเพียงผู้เทรดทองคำ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การที่ตัวเองดำรงตำแหน่ง สส. อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คดีได้รับความสนใจมากขึ้น” นายภาวุธ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดขึ้นมีการตั้งข้อสังเกตว่าหลังเป็นคดีทางนายภาวุธ เหมือนจะลดบทบาทในการตรวจสอบ ai passport หรือไม่ ทางนายภาวุธ ระบุว่า ตนเองเป็นคนเปิดประเด็นนี้ แต่หลังจากนั้นทางทีมงานของพรรคก็ได้ร่วมกันตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถยับยั้งในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่ามากขึ้นและยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ อัยการนัดฟังคําสั่งทางคดีในวันที่ 5 ตุลาคม นี้ ส่วนกรณีที่มีการนัดฟังคําสั่งเร็วกว่าปกติเนื่องจากใกล้ครบกําหนดฝากขังนั้น นายภาวุธ ระบุว่า จะเร่งทําหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้โดยเร็วเพื่อให้อัยการสามารถมีเวลาในการพิจารณาได้ทัน

