มาเลเซีย, 23 กย.69 – จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กย. 69 เรื่องการเร่งรัดทำ MOU แรงงานไทย-มาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกและทบทวนระเบียบขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้แก่แรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย “รองเจ๋ง” นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน (รรท.) เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วย ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นางสาวขวัญจิต เคียงตระกูล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน (ผอ.กสพ.), เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เดินทางพบปะแลกเปลี่ยนความเห็น พร้อมรับประทานอาหารเย็น ร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการต้มยำกุ้ง ณ ร้านอาหาร Orchid house กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีผู้ประกอบกว่า 40 คน เป็นตัวแทนจากรัฐต่าง ๆ ร่วมพูดคุย
นายชนธัญ กล่าวว่า ศอ.บต. ร่วมกับ กระทรวงแรงงาน ได้จัดเวทีรับฟังความต้องการของภาคประชาชน จนนำไปสู่การเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ตั้งแต่ปี 2564 โดยปัจจุบัน ไทยและมาเลเซียอยู่ระหว่างผลักดันการจัดทำ MOU ฉบับใหม่ว่าด้วยการสรรหา การจ้างงาน และการส่งตัวแรงงานกลับประเทศ เพื่อปรับปรุงกรอบความร่วมมือให้สอดคล้องกับกฎหมายและบริบท ตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยจะครอบคลุมตั้งแต่การสรรหาและการจ้างงาน การคุ้มครองสิทธิ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของแรงงาน การกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยที่เกี่ยวข้อง นายจ้าง ลูกจ้าง และบริษัทจัดหางาน ตลอดจนกระบวนการส่งแรงงานกลับประเทศ พร้อมเสนอจัดตั้ง คณะทำงานรวมไทย–มาเลเซีย (Joint Working Group: JWG) เป็นกลไกในการพิจารณารายละเอียดและผลักดัน MOU ฉบับใหม่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

รรท.เลขา ศอ.บต. กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่เชื่อมโยงโดยตรงกับมาเลเซีย และมีศักยภาพในการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับตลาดแรงงานข้ามพรมแดน ทั้งนี้ ความร่วมมือระดับประเทศ ยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนไทย–มาเลเซีย ซึ่งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน เพื่อสวัสดิภาพแรงงานไทยในมาเลเซียอีกด้วย โดยเร็วๆนี้ จะนำผู้ประกอบการร้านต้มยำกุ้งเข้าพบ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ทางด้านผู้แทนผู้ประกอบการร้านต้มยำกุ้งกล่าวว่า วันนี้รู้สึกพอใจเพราะเห็นถึงความตั้งใจของหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบัน แรงงานไทยในร้านต้มยำกุ้งที่มาเลเซีย มีกว่า 200,000 คน กลุ่มแรงงานคนไทยที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน Work Permit อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 50% โดยปัจจุบันมีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การอภิปรายในรัฐสภาของมาเลเซียแล้ว หากในอนาคตรัฐบาลมาเลเซียเกิดความเข้มงวดกวดขันในเรื่องแรงงานในร้านต้มยำกุ้ง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 กว่าร้าน อาจจะทำให้แรงงานจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ตกงาน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มแรงงานดังกล่าวได้นำเงินกลับมาให้ทางครอบครัวใช้สอย จนเกิดการหมุนเวียนทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

