“ศศิกานต์” ชวนจับตาสภาฯ พิจารณา “กฎหมายล้มละลาย” ชี้ “อรรถวิชช์” ดันสุดตัว! คุ้มครองข้าราชการล้มละลาย ไม่ต้องออกจากราชการ ย้ำรักษาอาชีพไว้ เพื่อมีรายได้ใช้หนี้
วันที่ 23 กันยายน 2569 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งจะเข้าสู่วาระพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายสำคัญที่มุ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนซึ่งประสบปัญหาหนี้สินสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้ วางแผนชำระหนี้อย่างเป็นระบบ และมีโอกาสกลับมาตั้งต้นชีวิตใหม่
นางสาวศศิกานต์กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา คือบทบัญญัติคุ้มครองข้าราชการที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้โดยสุจริต หากดำเนินการตามแผนฟื้นฟูแล้วไม่สำเร็จ จนศาลมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย ข้าราชการผู้นั้นไม่ควรต้องออกจากราชการโดยอัตโนมัติ แต่ควรมีโอกาสทำงาน มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และนำรายได้ไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป
“หลักคิดของเรื่องนี้ตรงไปตรงมา หากต้องการให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขายังมีงานและมีรายได้ การให้ข้าราชการออกจากงานทันที ไม่เพียงกระทบตัวลูกหนี้และครอบครัว แต่ยังลดโอกาสที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ด้วย การรักษางานไว้จึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ และระบบเศรษฐกิจโดยรวม” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
นางสาวศศิกานต์ ระบุว่า เดิมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบให้มีบทคุ้มครองดังกล่าว แต่เมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของ สว. ได้มีการแก้ไขโดยตัดข้อความส่วนนี้ออก ส่งผลให้เกิดความเห็นต่างกันระหว่างสองสภา และต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อพิจารณาหาข้อยุติล่าสุด คณะกรรมาธิการร่วมฯ มีมติให้ใช้หลักการตามร่างของสภาผู้แทนราษฎร เปิดทางให้ข้าราชการซึ่งล้มละลายอันเป็นผลต่อเนื่องจากการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ไม่ต้องเสียคุณสมบัติในการรับราชการโดยอัตโนมัติ
นางสาวศศิกานต์ กล่าวอีกว่า ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการยกร่างและขับเคลื่อนการแก้ไขร่างกฎหมายนี้มาตั้งแต่สภาชุดก่อน โดยยืนยันมาตลอดว่า ข้าราชการที่ประสบปัญหาหนี้โดยสุจริตควรได้รับโอกาสเช่นเดียวกับพนักงานภาคเอกชน ซึ่งไม่ได้ถูกบังคับให้ออกจากงานทันทีเพียงเพราะถูกพิพากษาให้ล้มละลายดร.อรรถวิชช์ยังได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการร่วมฯ เพื่อผลักดันให้นำบทคุ้มครองที่วุฒิสภาตัดออกกลับคืนมา โดยเสนอว่าหากข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินหรือทรัพย์สิน หน่วยงานต้นสังกัดสามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนหน้าที่ให้เหมาะสมได้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดอนาคตด้วยการให้ออกจากราชการ
ทั้งนี้ บทคุ้มครองดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ล้มละลายทุกคนจะได้รับสิทธิรับราชการต่อโดยไม่มีเงื่อนไข แต่กำหนดไว้เฉพาะกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการฟื้นฟูหนี้ตามกฎหมาย ซึ่งผ่านการตรวจสอบและพิจารณาของศาลแล้ว จึงไม่ใช่การเปิดช่องให้ผู้ล้มละลายทุจริตหลีกเลี่ยงความรับผิด
“พรรครวมไทยสร้างชาติขอเชิญชวนคนไทยร่วมจับตาการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ และสามารถรับชม Live การแถลงข่าวผ่านเพจพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงเพียงเรื่องล้มละลาย แต่พูดถึงโอกาสของคนที่สุจริตในการแก้ไขหนี้ รักษาอาชีพ และกลับมายืนได้อีกครั้ง” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

