ทนายตั้ม บ้าพลัง บุก บช.ก. แจ้งความ กกต.เสียงข้างมาก ปมมติคดีฮั้ว สว.

วันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม บ้าพลัง” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บช.ก. เพื่อแจ้งความขอให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายเสียงข้างมาก ในข้อกล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีการพิจารณาข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ “ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)” ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.มีมติเสียงข้างมากในบางประเด็นไม่ส่งดำเนินคดี ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยและการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจและกระบวนการพิจารณาของ กกต.

สำหรับการเข้าร้องทุกข์ครั้งนี้ “ทนายตั้ม” ระบุว่า ตนได้นำหลักฐานสำคัญ ประกอบด้วยสำเนาภาพและเสียงคลิปวิดีโอของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ซึ่งชี้แจงเหตุผลเกี่ยวกับการพิจารณาคดีฮั้ว สว. เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 รวมถึงเอกสารถอดบันทึกเสียง จำนวน 1 ชุด มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการพิจารณา

โดยนายสิทธิโชติ ซึ่งเป็นหนึ่งใน กกต.เสียงข้างน้อย ได้เปิดเผยรายละเอียดการลงมติคดีฮั้ว สว. เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการพิจารณาในบางข้อกล่าวหาไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์ และบางกรณีมีมติ 5 ต่อ 2 หรือ 6 ต่อ 1 เสียง 

“ทนายตั้ม” กล่าวด้วยว่า ตนในฐานะผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเป็นสมาชิกวุฒิสภาสำรอง อันดับที่ 4 กลุ่มที่ 17 ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และเห็นว่าหากกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ย่อมได้รับความเสียหาย จึงนำหลักฐานเข้ายื่นต่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ฝ่ายเสียงข้างมากอย่างละเอียด และต้องการให้ตรวจสอบว่า มติและการใช้ดุลพินิจของ กกต.ฝ่ายเสียงข้างมากในคดีดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมถึงเข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใดหรือไม่ ก่อนให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำหรับกรณีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ กกต.ได้แถลงผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว. โดยมีการส่งดำเนินคดีในบางส่วน ขณะที่นายสิทธิโชติและนายชาย นครชัย เป็น กกต.เสียงข้างน้อยในประเด็นสำคัญบางส่วน และได้เปิดเผยเหตุผลที่เห็นแตกต่างจากเสียงข้างมากต่อสาธารณะ อีกด้วย