พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้จัดกำลังเฝ้าตรวจและสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการโจรกรรมออกนอกราชอาณาจักร บริเวณพื้นที่เขาเสือหมอบ ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถยนต์ 1 คัน เข้ามาในพื้นที่เป้าหมาย จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและสามารถควบคุมบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ 4 ราย พร้อมตรวจยึดยานพาหนะไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจสอบที่พักในพื้นที่บ้านบึงชนัง ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน สามารถควบคุมบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 1 ราย รวมทั้งสิ้น 5 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 1 ราย ในจำนวนนี้เป็นบุคคลสัญชาติกัมพูชา 1 ราย
ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 4 คัน รถยนต์กระบะ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวนหนึ่ง โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถจักรยานยนต์ 2 คัน มีการแจ้งเหตุโจรกรรมไว้ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรแกลงและสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ส่วนรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน และรถยนต์กระบะอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติและแหล่งที่มา
จากการสืบสวนเบื้องต้นพบพฤติการณ์เป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่ตั้งแต่การตระเวนโจรกรรมรถจักรยานยนต์ตามความต้องการของผู้สั่งการ การลำเลียงรถจากพื้นที่จังหวัดระยองมารวบรวมในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนการนัดหมายเพื่อเตรียมลักลอบนำรถออกนอกราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน เพื่อดำเนินการสอบสวน ขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ และดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาที่เกี่ยวข้อง อาทิ ลักทรัพย์หรือรับของโจร มียาเสพติดไว้ในครอบครอง เสพยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของมาตรการควบคุมชายแดนและการ “ปิดด่าน 100%” เพื่อสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ กองทัพเรือจะยังคงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ในการควบคุมตัวและส่งมอบผู้ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน โดยถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด มิได้กระทำการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย หรือการกระทำที่เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีของผู้ถูกจับกุมแต่อย่างใด
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
20 กันยายน 2569

