‘อนุทิน’ เมิน เสียงวิจารณ์ กกต. หลัง วินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ย้ำ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ชี้ ต้องยึดหลักประชาธิปไตย คำตัดสินออกมาอย่างไรต้องยอมรับ บอก คนครหา-คนไม่ติดใจเห็นหน้ากันอยู่ มอง จุดเริ่มเป็นเรื่องการเมืองตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว
วันนี้ (18 ก.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีฮั้วสว. หากยังไม่หยุดโจมตีจะมีมาตรการมากกว่าการฟ้องร้องดำเนินคดีที่เพิ่งดำเนินการไปหรือไม่ ว่า ตนเองยังยืนยันเหมือนเดิมว่า รัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ การตัดสินใจหรือการส่งดำเนินคดีใด ๆ ก็ตาม ในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น ไม่มีข้อมูลที่จะให้ความเห็นใด ๆ ได้
ส่วนกรณีที่คดีฮั้วสว.มีการตัดสินจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว แต่ขณะนี้กกต.เสียงข้างมากถูกวิพากย์วิจารณ์ ส่วนกกต. เสียงข้างน้อยออกมาเปิดเผยข้อมูลมองอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้มองอะไรเลย เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาล หรืองานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ คิดว่าทุกอย่างมีหลักของมัน หลักประชาธิปไตยเขาถืออะไรเป็นหลัก ย้ำว่า การวินิจฉัยคดีความต่าง ๆ ขององค์กรอิสระ ตนเองเคยเห็นทั้งคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ คะแนนเสียงข้างมาก คะแนนก้ำกึ่ง และบางครั้งประธานต้องลงถึงสองครั้ง เห็นมาหมดทุกรูปแบบ แต่ที่สำคัญคือทุกรูปแบบต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พร้อมถามกลับว่า เขามีเขียนหรือไม่ว่าเสียงข้างน้อยต้องชนะ ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าเสียงข้างมากวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ กกต. แต่รวมถึงทุกหน่วยงานอื่น ๆ ในคณะรัฐมนตรีก็เช่นกัน ในหัวข้อวาระพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ถ้าถึงจุดที่เห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องจบด้วยการลงมติ เมื่อมติเสียงข้างมากเป็นอย่างไร ทุกคนต้องปฏิบัติตาม อย่างตนเองเคยเป็นมติเสียงข้างน้อยครั้งหนึ่งในสมัยรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้บันทึกความเห็นของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยว่าเห็นเช่นนี้ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นอย่างนั้น ชอบหรือไม่ชอบเราก็ต้องทำตาม
สำหรับกรณีที่มีการกลับการให้ปากคำ ทำให้คนมองพรรคภูมิใจไทยในทางลบ พรรคจะดำเนินการเอาผิดคนให้ข้อมูลแล้วมากลับคำให้การในตอนหลังหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้เป็นผลลบกับพรรคภูมิใจไทย แต่มีคนพยายามลากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการฮั้วสว. ตนเองยังยืนยันเหมือนเดิมให้ยึดถือประกาศคำสั่งข้อห้ามของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ออกเป็นข้อปฏิบัติ ให้ผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมืองในสังกัดพรรคภูมิใจไทยไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสว. ย้ำว่า ตนเองไม่มีอะไรข้องใจ เพราะได้ทำหน้าที่ไปแล้ว ส่วนคนที่ไม่ปฏิบัติตามก็ต้องไปรับผิดชอบในสิ่งที่เขาได้ทำ ในเมื่อมีข้อห้ามแล้ว ยังทำก็ต้องไปแก้ต่างในความเป็นส่วนตัวของเขา เพราะถือว่าไม่ได้ทำในนามพรรค
ส่วนจะทำอย่างไรที่จะทำให้ข้อครหานี้หมดไปจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้ถูกลากไปเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่ครหาก็เห็นหน้าอยู่ ส่วนคนที่ไม่ติดใจตนก็เห็นหน้าอยู่
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามองเรื่องนี้การเมืองล้วนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดเริ่มเป็นการเมืองอยู่แล้ว จุดเริ่มตั้งแต่ก่อนมาถึงตรงนี้นานมาแล้ว 2 ปี มันเป็นการเมือง ตนเองพูดอย่างนี้ก็แล้วกัน

