คืบหน้าคดีวัยรุ่นกว่า 10 คนกระหน่ำยิง 21 นัด หนุ่ม 32 ปีดับคาร้านซ่อมรถ

ตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุยิงหนุ่ม 32 ปี เสียชีวิตคาร้านซ่อมรถ ย่านหนองจอก พบอาวุธที่ใช้ คือ ปืนทั้งขนาด 9 มม. และลูกซอง เตรียมขอศาลออกหมายจับ 1 ในมือยิงวันนี้ เบื้องต้นพบปมท้าทายกันผ่านเฟซบุ๊ก เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีทราบชื่อต่อมามือยิง นาย ธีรภัทร หรือ บี อายุ 31 ปี

นาย รักษิต 33 ปี เพื่อนร่วมวงเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตอนเกิดเหตุช่วงประมาณเที่ยงคืน พวกผมนั่งกันอยู่สามคน ผมนั่งอยู่ตรงนี้ น้องอีกคนนั่งข้างๆส่วนผู้เสียชีวิตนั่งอยู่เก้าอี้สีขาวหันหน้าออกด้านนอก จากนั้นก็มีรถกระบะสีส้มขับเข้ามาผมเลยเอ่ยถามว่าเขามาหาใคร จากนั้นผู้เสียชีวิตก็ตะโกนท้าทายกับรถกระบะ ต่อมาทางด้านรถกระบะก็ลงมากระหน่ำยิงกว่าสิบนัดผมกระโดดออกทางด้านหลังบ้าน น้องอีกคนก็กระโดดหมอบที่พื้น เมื่อสิ้นเสียงปืนรถกระบะก็ขับรถออกไป ส่วนที่เขามีเรื่องมาก่อนหน้านี้ก็คือเขา โพสต์ด่ากันในเฟซบุ๊กกันมาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ คาดว่าน่าจะมาตามยิงทีหลัง ถามว่าตอนนั้นผมก็ตกใจมาก ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้และยังกลัวๆ อยู่

นาย นาวิก 25 ปี เพื่อนในกลุ่มอีกคนเล่าให้ฟังว่า ตนเองก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุ พอมีรถกระบะสีส้มเข้ามา ทางฝั่งผู้เสียชีวิตก็ลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปบริเวณหน้าร้าน จากนั้นก็ได้ตะโกนด่าทอกับรถกระบะ รถกระบะคันสีส้มก็มีคนลงมาจากรถแล้วควักปืนประมาณ 2-3 คนลงมากระหน่ำยิงผู้เสียชีวิต แต่ว่าตอนนั้นผมก็โดดหลบตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรกแล้ว เขายิงกระหน่ำแบบไม่ยั้งทะลุกำแพงหลายรู ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พ.ต.อ.สกล อิงอุดมนุกูล ผกก.สน.หนองจอก เปิดเผยความคืบหน้าคดีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายสิงห์โต  ชายวัย 32 ปี เสียชีวิตภายในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ย่านหนองจอก ว่า ขณะนี้ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เบื้องต้นพยานรู้จักผู้ก่อเหตุ 1 คน และเตรียมขอศาลออกหมายจับในวันนี้ ในข้อหาฆ่าผู้อื่น และขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ 

พ.ต.อ.สกล ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมาด้วยรถ 2 คัน เป็นรถกระบะสีส้ม 1 คัน และรถเก๋งสีดำ 1 คัน โดยมีผู้ก่อเหตุลงมาจากรถประมาณ 4 คน ส่วนในรถจะมากันกี่คนนั้นอยู่ระหว่างการสืบสวน

ส่วนอาวุธปืน พยานให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนมีปืน ขณะที่ตำรวจตรวจสอบพบปลอกกระสุนจำนวนมากในที่เกิดเหตุ โดยเบื้องต้นพบทั้งกระสุนขนาด 9 มม. และกระสุนปืนลูกซอง ส่วนจำนวนกระสุนที่ยิงนั้นยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมปลอกกระสุน

สำหรับชนวนเหตุ พ.ต.อ.สกล เปิดเผยว่า จากการสอบถามพยาน เบื้องต้นพบว่าก่อนเกิดเหตุมีการท้าทายกันไปมาผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร เนื่องจากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตยังไม่สามารถเปิดตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทำให้ตำรวจทราบเส้นทางที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้เดินทางมาและหลบหนี โดยบริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด ขณะที่กล้องภายในร้านเป็นกล้องแบบเรียลไทม์ มีเพียง 1 ตัว และไม่มีหน่วยความจำ จึงไม่ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี