กองปราบเปิดปฏิบัติการ “BLACKLIST HUNT” ล่าผู้ต้องหาคดียาเสพติด 16 เป้าหมาย ทั้งในและต่างประเทศ จับกุมครบ 16 ราย รวมเครือข่ายหัวจ่ายรายสำคัญ ยึดยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด ไอซ์ 514 กิโลกรัม ปืน 3 กระบอก รถยนต์ 4 คัน และทรัพย์สินรวมกว่า 120 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่หัวจ่ายถึงเครือข่ายรายใหญ่

เมื่อวันที่ 18 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป. พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. เปิดปฏิบัติการ “BLACKLIST HUNT” กางบัญชีล่า
ผู้ต้องหาคดียาเสพติดสำคัญ โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 16 จุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 4 – 11 กันยายน 2569 โดยจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสิ้น 16 ราย

โดยกลุ่มที่ 1 ผู้ต้องหาสำคัญ 5 ราย
หนึ่งในนั้นคือ นายจักรกฤษณ์ฯ หรือ “ต้อม กระนวน” มือขวาของ “เปากระนวน” เครือข่ายค้ายาเสพติดที่มีประวัติยิงต่อสู้ตำรวจ โดยถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลัง พยายามฆ่าผู้อื่น มีและใช้อาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงคดีฆ่าเจ้าพนักงาน และร่วมกันครอบครองยาบ้า และอีก 2 เป้าหมาย คือ นายบอยฯ และ นางสาวกุลพรฯ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ลำดับที่ 32 และ 33 มีค่าหัวรายละ 400,000 บาท โดยสามารถติดตามตัวได้ถึงประเทศเมียนมา ทั้งสองราย มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายจำหน่ายยาไอซ์ล็อตใหญ่ถึง 300 กิโลกรัม และ นายวิชุพันธุ์ฯ เครือข่ายยาบ้าในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตใหญ่กว่า 1 ล้านเม็ด และ นายนิวัฒน์ฯ เครือข่ายยาไอซ์กว่า 214 กิโลกรัม

กลุ่มที่ 2 หัวจ่ายระดับอำเภอ 11 ราย
ชุดปฏิบัติการยังสามารถติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอาวุธปืนอีก 11 ราย แบ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายยาไอซ์ออนไลน์ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น จำนวน 4 ราย เครือข่ายยาบ้าในพื้นที่ อ.กระนวน อ.หนองกุงศรี จ.ขอนแก่น จำนวน 5 ราย
ผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมชอบพกกาอาวุธปืน จำนวน 1 ราย มีการปะทะและสามารถจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จำนวน 1 ราย ตรวจยึดกระสุนปืน และยาบ้าจำนวน 18 เม็ด
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 16 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ประกอบด้วยยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด,ยาไอซ์ 514 กิโลกรัม, รถยนต์ 4 คันและอาวุธปืน 3 กระบอก รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินกว่า 120 ล้านบาท
“ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการ “ตัดวงจรตั้งแต่หัวจ่ายถึงเครือข่ายรายใหญ่” ไล่ล่าผู้ต้องหาที่มีหมายจับและพฤติการณ์อันตรายแบบไม่ให้มีที่หลบซ่อน แม้เป้าหมายบางรายหลบหนีออกนอกประเทศ ชุดสืบสวนยังเดินหน้าติดตามจนสามารถนำตัวกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้” พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าว

