ตร.สั่งเดินเครื่องแต่งตั้งวาระประจำปี 69 ระดับ “รอง ผบก.ถึง สว. ”ขีดเส้น 30 พ.ย.นี้ ทุก บช.ต้องออกคำสั่งให้เสร็จ สั่งเตรียมผลงานจริงประกอบเลื่อนขั้น

บช.น. ขานรับ เปิดบัญชีอาวุโสตำรวจนครบาล “สยาม” สั่งจัดทัพ เช็กวินัย–ผลงาน ขีดเส้นตาย 30 พ.ย.นี้ต้องแล้วเสร็จ ต้องยื่นคำร้องโยกย้าย พร้อมกำชับตำรวจในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเตรียมผลงานเด่นที่ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง

เมื่ออวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ชัยต์พจน สุวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อความ ลงวันที่ 10 กันยายน 2569 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แจ้งผู้บัญชาการ จเรตำรวจหัวหน้าจเรตำรวจ ผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด เตรียมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2569

หนังสือระบุว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 ต้องดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และออกคำสั่งแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งได้รับข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน

สำหรับการเตรียมบัญชีอาวุโส ให้หน่วยดำเนินการจัดทำและประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาถึงรองสารวัตรตามหลักเกณฑ์ โดยตรวจสอบคุณสมบัติการเลื่อนตำแหน่งให้ครบถ้วน รวมถึงข้อจำกัดในการเลื่อนตำแหน่งตามกลุ่มสายงาน และหลักเกณฑ์เฉพาะของสายงานสืบสวนสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง

ในส่วนหน่วยที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้จัดทำลำดับอาวุโสระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ลงมาถึงรองสารวัตร (รอง สว.) ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และประกาศให้ทราบทั่วกันในวันที่ 16 กันยายน 2569 ส่วนลำดับอาวุโสจำนวนปีสะสมของรองผู้กำกับการสายงานสืบสวนสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งควบฯ กำหนดประกาศวันที่ 6 ตุลาคม 2569

อีกประเด็นสำคัญคือการขอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียน สำหรับตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาของหน่วยที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสมัครใจไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่ไม่สามารถหาคู่สับเปลี่ยนได้ หรือหน่วยต้นสังกัดต้องการกำลังพลทดแทนแต่ไม่สามารถหาผู้สับเปลี่ยนได้ ให้จัดส่งบันทึกสมัครใจหรือคำร้องตามแบบที่กำหนดถึง ตร. ผ่านสำนักงานกำลังพล ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศลำดับอาวุโส

ส่วนตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ประสงค์ขอสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งเดิมภายในสังกัด หรือขอไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่น ให้ยื่นคำร้องผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น โดยหัวหน้าหน่วยงานต้องพิจารณาพร้อมเสนอความเห็นถึง ตร. ผ่านสำนักงานกำลังพล ภายในกรอบ 30 วันนับแต่วันประกาศอาวุโสเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หนังสือย้ำว่า คำร้องขอรับการแต่งตั้งเป็นเพียงข้อมูลแสดงความสมัครใจสำหรับประกอบการพิจารณา ไม่ได้ผูกพันให้ผู้มีอำนาจต้องดำเนินการตามคำร้อง โดยต้องยึดประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และไม่กระทบต่อสถานภาพกำลังพลของหน่วย หากผู้ยื่นคำร้องต้องการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกความสมัครใจ รวมถึงเปลี่ยนคู่ย้าย ต้องแจ้งเป็นหนังสือผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน

สำหรับผู้ไปช่วยราชการขาดจากต้นสังกัด หรือรักษาราชการแทนโดยขาดจากต้นสังกัด ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของหน่วยที่ปฏิบัติงานส่งผลการปฏิบัติงานกลับไปยังหน่วยต้นสังกัด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง ส่วนผู้ไปช่วยราชการนอกสังกัด ตร. ให้ต้นสังกัดประสานขอผลงานจากส่วนราชการที่ไปปฏิบัติหน้าที่มาประกอบการพิจารณาด้วย

ขณะเดียวกัน มอบหมายให้สำนักงานกำลังพลจัดทำและประกาศลำดับอาวุโสตำรวจระดับผู้กำกับการลงมาถึงรองสารวัตรในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้ยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อรวบรวมส่งสำนักงานกำลังพล เสนอผู้มีอำนาจพิจารณาทบทวนภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศลำดับอาวุโส

หนังสือยังแจ้งให้ตำรวจระดับผู้กำกับการลงมาถึงรองสารวัตรในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จัดเตรียมผลการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะผลงานดีเด่นที่เกิดจากการปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง โดยกำหนดเวลาและวิธีส่งผลงานจะแจ้งให้หน่วยงานทราบภายหลัง

ด้าน บช.น. เปิดบัญชีอาวุโสตำรวจนครบาล
“สยาม” สั่งเช็กวินัย–ผลงาน ขีดเส้นแต่งตั้งจบ 30 พ.ย.

นครบาลเดินเครื่องแต่งตั้ง “รองผู้การ–สารวัตร” วาระปี 2569 เปิดตรวจบัญชีอาวุโส ให้ยื่นทบทวนภายใน 15 วัน พร้อมรวบรวมผลงานจริง ประวัติถูกสอบวินัย และรายชื่อผู้กำกับหัวหน้าโรงพักนั่งเก้าอี้เดิมครบ 4 ปี กำหนดส่งข้อมูลภายใน 12 ตุลาคมนี้

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามในบันทึกข้อความ ลงวันที่ 16 กันยายน 2569 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจและประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 1 แจ้งหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เตรียมความพร้อมรองรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569

หนังสือดังกล่าวระบุว่า สำนักงานกำลังพลได้แจ้งให้ทุกหน่วยเตรียมดำเนินการแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และออกคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ตามกรอบที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567

สำหรับการเตรียมบัญชีแต่งตั้งครั้งนี้ บช.น.จัดทำลำดับอาวุโสตำรวจในสังกัดเรียบร้อยแล้ว โดยประกาศบัญชีระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ลงมาถึงรองสารวัตร (รอง สว.) ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น พร้อมให้เจ้าตัวตรวจสอบความถูกต้อง หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน ให้หน่วยต้นสังกัดยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานผ่านฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศ หากพ้นกำหนดให้ถือว่าการจัดลำดับอาวุโสถูกต้อง

ประเด็นสำคัญอีกส่วนคือ การตรวจสอบประวัติเพื่อประกอบการพิจารณา โดยให้หน่วยงานระดับกองบังคับการตรวจข้อมูลตำรวจระดับ รอง ผบก. ลงมาถึง สว.ทุกราย รวมถึง รอง สว.ที่มีคุณสมบัติเลื่อนขึ้นเป็น สว. และรายงานมายัง บช.น.ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569

ข้อมูลที่ต้องรายงานครอบคลุมทั้งผู้ได้รับรางวัลข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นประจำปี 2569 ผู้เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรืออยู่ระหว่างสอบสวนความผิดทางวินัย ผู้ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมผลการพิจารณา ตลอดจนผู้ถูกสั่งให้ช่วยราชการโดยขาดจากต้นสังกัดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังให้รวบรวมข้อมูลตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับผู้กำกับการ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ส่งประกอบการดำเนินการในวาระแต่งตั้งครั้งนี้ด้วย

ด้านผลงานของผู้มีคุณสมบัติเลื่อนตำแหน่ง หนังสือกำหนดให้จัดทำข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการ โดยเฉพาะผลงานดีเด่นที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตลอดช่วงดำรงตำแหน่ง ต้องรับรองความถูกต้องทุกหน้า พร้อมจัดทำบันทึกสรุปไม่เกิน 3 หน้ากระดาษเอ 4 และส่งข้อมูลภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ

ส่วนตำรวจที่ไปช่วยราชการหรือรักษาราชการแทนโดยขาดจากต้นสังกัด ให้หน่วยที่ไปปฏิบัติหน้าที่ส่งผลการทำงานกลับมายังต้นสังกัด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในการเลื่อนตำแหน่ง หากไปช่วยราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ต้นสังกัดประสานขอผลการปฏิบัติงานจากส่วนราชการนั้นเช่นเดียวกัน

สำหรับผู้ประสงค์ขอรับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนระดับ รอง ผบก.ลงมา ทั้งภายในและนอกสังกัด บช.น. ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่กำหนด พร้อมเอกสารประกอบ โดยกรณีขอย้ายภายในนครบาล และกรณีขอย้ายออกนอกสังกัดที่ไม่สามารถหาคู่สับเปลี่ยนได้ ให้ส่งเรื่องมายัง บช.น.ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569

อย่างไรก็ตาม หนังสือย้ำว่า คำร้องขอรับการแต่งตั้งเป็นข้อมูลแสดงความสมัครใจเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจ มิได้ผูกพันว่าจะต้องดำเนินการตามคำร้อง โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการและไม่กระทบต่อสถานภาพกำลังพลของหน่วย ส่วนผู้ยื่นคำร้องแบบจับคู่ย้ายแล้วประสงค์เปลี่ยนคู่ ต้องแจ้งยกเลิกคำร้องเดิมผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน

ท้ายหนังสือ พล.ต.ท.สยามยังกำชับทุกหน่วยให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเอกสารประกอบการแต่งตั้งมีทั้งประวัติส่วนตัวฟ ผลการปฏิบัติงาน และความประสงค์ขอรับการแต่งตั้งของข้าราชการตำรวจ

แหล่งอ้างอิง :
https://drive.google.com/file/d/1Yft2yaqmNaIuH7bKXyUyVW4GQXbvGZN5/view?usp=drivesdk