“ไชยชนก” บอกเป็นเรื่องปกติ ภท. พรรคอันดับ 1 ตกเป็นเป้าโจมตี

“ไชยชนก” บอกเป็นเรื่องปกติ ภท. พรรคอันดับ 1 ตกเป็นเป้าโจมตี เห็นชัดมีขบวนการจ้องทำลาย “ภูมิใจไทย” จากคดีฮั้ว สว. ยอมรับยังไม่คุยเนวิน-อนุทิน

วันนี้ (17 ก.ย. 69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีสำนวนคดีฮั้ว สว. อีก 3 สำนวน ที่เกี่ยวข้องกับ สว. สีส้มและพรรคประชาชนว่า ตนเองไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้ เชื่อว่าทุกหน่วยงานจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ความจริงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และตนเชื่อว่ามันจะปรากฏ และจะมีการดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อถามว่าพรรคประชาชนและไอลอว์ (iLaw) ยังเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนกกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของพรรคอันดับ 1 ที่มีความเข้มแข็งและเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพที่จะตกเป็นเป้า เป็นสิทธิของพรรคประชาชน ตนเองไม่มีความเห็นในเรื่องนี้

เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องแจ้งความกลับหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องปรึกษา แต่ส่วนตัวตนเองไม่อยาก ทั้งนี้ หากเราไม่ดำเนินการอะไร อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ จึงขอปรึกษาทีมกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนว่าจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่

เมื่อถามว่าคิดว่ามีขบวนการที่จ้องทำลายพรรคภูมิใจไทยจริงหรือไม่ นายไชยชนกย้อนถามว่า “ท่านคิดว่าจริงไหมฮะ” พร้อมกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัด ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองต้องตอบ เพราะเป็นกระบวนการหลายมิติ แต่เราก็มั่นใจในสิ่งที่เราดำเนินการว่าทำทุกอย่างภายใต้ระเบียบและกฎหมาย ดังนั้น ไม่กังวล

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะบิดาหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ได้คุย แม้แต่นายกฯ ตนเองก็ไม่ได้คุย และตนเองไม่ได้กังวลเรื่องนี้ วันก่อนก็มีผู้สื่อข่าวมาถามว่ามีมติออกมาเป็นเอกฉันท์แบบนี้รู้สึกอย่างไร ตนก็บอกไปว่ารู้สึกปกติที่ กกต. มีมติเอกฉันท์ เพราะไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง ตนเองและนายกฯ ก็ได้มีการออกจดหมายตั้งแต่แรกที่มีกระบวนการเลือก สว. เพื่อไม่ให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยมีความเกี่ยวข้อง และจากสำนวนที่มีความพยายามเปิดเผยออกมา ก็จะเห็นได้ว่าตนเองไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ฉะนั้นจะไม่ให้มีมติเอกฉันท์ได้อย่างไร

เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่าอยากให้มีการส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาหรือไม่ เพราะสังคมยังกังขาเรื่องดังกล่าว นายไชยชนกกล่าวว่า ตนเองไม่ได้มีความรู้สึกส่วนตัวว่าควรดำเนินการแบบไหน เพราะเรื่องนี้มีกระบวนการของมันอยู่แล้ว และเชื่อว่าทุกอย่างจะดำเนินไปตามกระบวนการ