“รองฯเม่น“นำทีมชุดสืบ บุกทลายรังคอลฯ คาคฤหาสน์หรู!ปลอมตำรวจตุ๋นเหยื่อญี่ปุ่น รวบ 15 ราย ล่าบอสจีนหนี

ตม.บุกคฤหาสน์ย่านบางบอน แฉแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่าเดือนละ 9 แสนบาท ตั้งฐานโทรตุ๋นชาวญี่ปุ่น แบ่งห้องทำงานเป็นขั้นตอน ติดสคริปต์หลอกเหยื่อ ก่อนโอนสายให้พวกสวมรอยตำรวจขู่พัวพันคดี รีดเงินอ้างตรวจสอบบัญชี คุมตัว 15 ราย พบเครื่องแบบและตราตำรวจญี่ปุ่นปลอม รวมทั้งไอซ์กับอุปกรณ์เสพ เร่งตามบอสชาวจีน เชื่อยังกบดานในไทย

เมื่ออวันที่ 16 ก.ย.2569 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวน สตม.พร้อมชุดสืบสวน นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรู ภายในซอยเอกชัย 112 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวและมีพฤติกรรมน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูลขอศาลอนุมัติหมายค้น ก่อนเข้าตรวจสอบพบว่าใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ มุ่งหลอกลวงผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น

การตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 15 ราย เป็นคนไทย 1 ราย และชาวต่างชาติ 14 ราย ประกอบด้วยชาวญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเมียนมา เบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มปฏิบัติการ ทำหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ ขณะที่ผู้ควบคุมขบวนการเป็นชาวจีน ใช้บุคคลอื่นเป็นผู้เช่าคฤหาสน์แทน โดยเช่ามานานกว่า 1 ปี จ่ายค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 900,000 บาท

พล.ต.ต.พันธนะ เปิดเผยอีกว่าสำหรับกลวิธีหลอกลวง เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขบวนการนี้จะสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อชาวญี่ปุ่น อ้างว่ามีพัสดุเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หากเหยื่อหลงเชื่อจะทำทีโอนสายไปให้ผู้ร่วมขบวนการที่สวมรอยเป็นตำรวจ ก่อนกล่าวอ้างว่า ตรวจพบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือบัญชีของเหยื่อเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แล้วหลอกให้โอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ

ภายหลังเข้าตรวจค้น ตำรวจนำสื่อมวลชนตรวจดูพื้นที่ภายในคฤหาสน์ พบการจัดแบ่งห้องทำงานอย่างชัดเจน โดยบริเวณชั้น 2 เป็นห้องสำหรับโทรศัพท์ติดต่อเหยื่อ มีข้อความบทสนทนาหรือสคริปต์ภาษาญี่ปุ่นติดไว้ให้ผู้ปฏิบัติการใช้พูดหลอกลวง

ส่วนห้องถัดไปเป็นพื้นที่รับช่วงสายโทรศัพท์ เพื่อสวมบทบาทเป็นตำรวจ พบชุดเลียนแบบเครื่องแบบตำรวจญี่ปุ่นแขวนอยู่เต็มราว พร้อมตราและโลโก้ปลอมของสถานีตำรวจต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ใช้ประกอบการแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อหลงเชื่อ

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเบื้องต้นเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชิปแลกเงิน รวมถึงไอซ์และอุปกรณ์เสพยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจนับและสรุปรายการของกลางทั้งหมด ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลเพื่อขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในขบวนการ

สำหรับบอสชาวจีน ตำรวจเชื่อว่ายังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว พร้อมเฝ้าระวังการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ถูกควบคุมทั้ง 15 ราย ส่งพนักงานสอบสวนตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสอบสวนและพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐาน ส่วนการส่งกลับชาวต่างชาติจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป