วันที่ 16 กันยายน 2569 พลตำรวจตรี พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูที่ ตั้งอยู่ในซอยเอกชัย 112 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ มีพลเมืองดีแจ้งไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่าพบชาวต่างชาติเข้าออก ภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ก่อนจะขอศาลออกหมายค้น เข้ามาตรวจสอบ และพบเจอว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จากการตรวจสอบพบว่า บอสชาวจีนรายนี้ ใช้นอมินีเป็นผู้เช่าคฤหาสน์หลังดังกล่าว โดยเช่ามานานกว่า 1 ปี ในอัตราค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 900,000 บาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 15 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทยเพียง 1 คน ส่วนอีก 14 คน เป็นชาวต่างชาติ ประกอบด้วยสัญชาติญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เมียนมา

จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ทำหน้าที่ในระดับปฏิบัติการ โดยมีหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ ขณะที่เครือข่ายดังกล่าวมุ่งเป้าหมายไปที่ชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก ส่วนบอสเชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังไม่ให้หลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติ
สำหรับรูปแบบการหลอกลวงไม่ได้มีพฤติการณ์ซับซ้อน โดยจะสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อ บอกว่ามีพัสดุสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะแกล้งโอนต่อไปอีกสายโดยอ้างว่าเป็นตำรวจก่อนอ้างว่าพบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินมาให้ตรวจสอบ

หลังจากนั้น ตำรวจได้พาสื่อมวลชน เข้าไปดูตามห้องต่างๆ พบว่ามีการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน โดยบริเวณชั้น 2 เป็นห้องทำงานที่ไว้ต่อสายโทรศัพท์โทรหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งจะแปะสคริปต์เป็นภาษาญี่ปุ่น ถัดมาจะเป็นพื้นที่ไว้ใช้ต่ออีกสาย โดยห้องนี้จะมีชุดตำรวจที่แปะโลโก้ตำรวจสถานีต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น แขวนอยู่
สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เบื้องต้น ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชิปแลกเงิน รวมถึงไอซ์และอุปกรณ์เสพยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและสรุปรายละเอียดของกลางทั้งหมด พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวน ตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา และผลักดันผู้ต้องหาชาวต่างชาติกับสู่ประเทศ

