กรุงเทพฯ, 16 กันยายน 2569 – ส.ก.พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 ในสัดส่วนพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงในสภากรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้ (15) ถึงโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า หรือ “รถขยะ EV” ที่ขอรับงบประมาณ 3 โครงการ ผูกพันต่อเนื่อง 7-8 ปี รวมเป็นเงิน 6,038 ล้านบาท โดยผู้ว่าฯ ย้ำว่ารถขยะ EV จำเป็นต่อเมืองเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด พร้อมยืนยันว่าโครงการมีความโปร่งใส คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
แถลงการณ์ยืนยันว่า ทราบถึงประโยชน์ของรถพลังงานสะอาด (EV) เป็นอย่างดี และเป็นผู้ผลักดันข้อบัญญัติรถเมล์อนาคตที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครมีรถเมล์พลังงานสะอาด มี Wi-Fi และระบบติดตามตัวรถอัปเดตพิกัดแบบ Real-time ซึ่งแม้ข้อบัญญัตินี้จะผ่านสภา กทม. ไปแล้ว แต่กลับยังไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้จริงเพราะผู้ว่าฯ เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ จึงทำให้กรุงเทพมหานครเสียโอกาสในรถเมล์ EV มาจนถึงปัจจุบัน และไร้แนวทางในการดำเนินการประสานความร่วมมือเพื่อรถเมล์ EV ตามสาระสำคัญของกฎหมาย ปล่อยให้เป็นการดำเนินการของฝ่ายเอกชน
อย่างไรก็ตาม กรณีการนำรถ EV มาใช้ในการเก็บขนขยะมูลฝอยซึ่งมีบริบทหน้างานแตกต่างจากการวิ่งรถเมล์ตามสายประจำอย่างสิ้นเชิง โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 4 ประการ ได้แก่ (1) คุณภาพและความแข็งแรงของตัวรถ รวมถึงความหนาของตัวถัง (2) ประสิทธิภาพในการเก็บและการบดอัดขยะ (3) ระยะทางในการวิ่งให้บริการที่ต้องวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 200 กิโลเมตรขณะบรรทุกขยะ (4) การบริหารจัดการสถานีชาร์จไฟฟ้า

รายละเอียดประเด็นเหล่านี้ คณะ กมธ.วิสามัญ สัดส่วน ปชน. พยายามซักถามถึงแนวทาง นโยบาย และข้อมูลของการเดินหน้าโครงการอยู่หลายครั้ง แต่ฝ่ายบริหารของ กทม.ไม่สามารถชี้แจงได้ ไม่เพียงแค่นั้น เรามีการสอบถามถึงข้อท้วงติงจาก ป.ป.ช. ที่มีหนังสือไปยังคณะรัฐมนตรีต่อความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตจัดเช่ารถขยะ EV ตั้งแต่ปี 2567 รวมถึงจาก ส.ก. หลายท่านที่เรียกร้องให้ กทม. ดำเนินการทดลองวิ่งใช้รถจริง (Pilot) อย่างน้อย 1-2 เดือน ก่อนจะออก TOR จัดเช่ารถขยะกว่า 6,038 ล้านบาท แต่ กทม. กลับปฏิเสธ โดยยืนกรานที่จะออก TOR และลงนามในสัญญาก่อน แล้วจึงค่อยให้เอกชนที่ชนะประมูลนำรถมาให้ทดสอบก่อนรับมอบ จนสร้างความแคลงใจและข้อร้องเรียนต่อประสิทธิภาพของตัวรถมาโดยตลอด
แถลงการณ์ ส.ก.พรรคประชาชน กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสภากรุงเทพฯ จะอนุมัติงบเช่ารถขยะ EV ให้ตามที่ฝ่ายบริหารขอไปแล้วหลายโครงการ แต่สุดท้ายฝ่ายบริหารกลับไม่สามารถนำไปสู่การเช่ารถขยะได้จริง เพราะมีสารพัดเรื่องร้องเรียน ทั้งปัญหาการล็อกสเปก การกีดกันการแข่งขัน การคัดเลือกผู้มีสิทธิเสนอราคา และการจัดทำราคากลางที่ไม่โปร่งใส การเขียน TOR ที่ไม่รอบคอบ ทำให้ กทม. เสียเปรียบ จนมีการร้องเรียนจำนวนมาก และทำให้ฝ่ายบริหารไม่สามารถผลักดันโครงการได้สำเร็จเสียที
“เราจึงเห็นว่า ทางออกของปัญหานี้คือการทดลองใช้รถจริงก่อนออก TOR และลงนามสัญญา ซึ่งจะช่วยจบปัญหาความกังวลและข้อทักท้วงต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องสเปกรถ การบริหารจัดการได้ทั้งหมด และทำให้ กทม. มีความรู้มากพอที่จะไปออกแบบ TOR และสัญญาที่ป้องกันไม่ให้ กทม. เสียเปรียบ และไม่เสี่ยงที่จะเสียค่าโง่กว่า 6,038 ล้านบาทจากการทำสัญญาในสิ่งที่ตนเองไม่ได้มีความรู้และประสบการณ์มาก่อน” แถลงการณ์ระบุ

ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งหนึ่งที่มีการชี้แจงจากฝ่ายบริหารแบบคลาดเคลื่อน คือการสื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ก็มีการเช่ารถขยะ EV เช่นนี้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการจ้างเหมาเก็บขนขยะด้วยรถ EV ซึ่งมีเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการความเสี่ยงเองทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่ ส.ก.พรรคประชาชนเรียกร้อง ให้ กทม. เปลี่ยนจากการเช่ารถขยะ ไปเป็นการจ้างเหมาให้เอกชนดำเนินการจัดหารถขยะ EV และเก็บขนขยะแทน กทม. ซึ่งการ outsource นอกจากจะช่วยลดข้อครหาเรื่องการล็อกสเปกรถเช่า การบริหารจัดการ และการผูกขาดต่างๆ ได้แล้ว เป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาขยะตกค้างตามซอยย่อยต่างๆ จนประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก เนื่องจาก กทม. ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรเก็บขนขยะมูลฝอย และด้วยระเบียบต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถหาบุคลากรมาได้เพียงพอ
ทั้งนี้ ในช่วงของการพิจารณางบแปร มีการเสนอโครงการ outsource จ้างเก็บขนขยะเพียงแค่ 1 โครงการเท่านั้น จากข้อเสนอแนะของ ส.ก.พรรคประชาชน แต่ก็เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ และ ส.ก.พรรคประชาชนก็ได้ร่วมโหวตผ่านงบโครงการนี้ให้
“ตลอดการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการวิสามัญฯ ที่สำนักสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาชี้แจงทั้ง 2 รอบ ไม่พบข้อมูล เอกสาร แนวทาง นโยบายที่ชัดเจน หรือเป็นหลักประกันได้ว่าการของบประมาณกว่า 6,038 ล้านบาทในครั้งนี้จะโปร่งใสเหมือนกับโครงการอื่น ๆ ที่เรายกมือผ่านโครงการให้ การพิจารณางบประมาณคือหัวใจสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องสร้างความโปร่งใส และป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหล เมื่อฝ่ายบริหารยกเลิกโครงการเช่ารถขยะ EV เดิมที่มีปัญหาร้องเรียน แล้วเสนอโครงการใหม่ผูกพัน 7-8 ปี มูลค่ารวม 6,038 ล้านบาท มาให้สภาฯ พิจารณา แต่ถ้าหากยังมีความไม่สมบูรณ์ใดๆ ระหว่างการเสนอโครงการของฝ่ายบริหาร หน้าที่สำคัญของสภาฯ คือต้องตรวจสอบ และเสนอแนะการใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนอย่างเข้มข้น ถ้าหากผู้ตรวจสอบทำหน้าที่เป็นเพียงตรายางให้กับฝ่ายบริหาร โดยละเลยการตรวจสอบต่อโครงการที่มีปัญหา สุดท้ายความเสียหายนั้นจะตกเป็นของประชาชน ดังนั้นการพิจารณางบประมาณจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ รัดกุม และโปร่งใส เพื่อไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตอย่างที่เป็นมาก่อน” สก.พรรคประชาชนระบุ พร้อมขอให้ฝ่ายบริหารทบทวนข้อท้วงติง ข้อเสนอ และเร่งปรับปรุงรายละเอียด เพื่อความโปร่งใส และความคุ้มค่าภาษีประชาชน

