ม.กรุงเทพ ปลุกพลังศิลป์รุ่นใหม่ตีโจทย์ ESG สะท้อนเหลื่อมล้ำ–เขย่าสังคม

ม.กรุงเทพเปิดเวทีปลุกพลังศิลป์คนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “Chance to Change ความน่าจะ…เปลี่ยน” ชวนเยาวชนตีโจทย์ ESG ถ่ายทอดปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ และการทุจริตผ่านงานศิลปะกว่า 100 ผลงาน หวังใช้ความคิดสร้างสรรค์จุดประกายคำถามและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคม

ดร.ภัทรวุฒิ ทรัพย์เย็น คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 — มหาวิทยาลัยกรุงเทพเปิดเวทีเยาวชนใช้ศิลปะตั้งคำถามต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ และการทุจริต ผ่านโครงการประกวด “Chance to Change ความน่าจะ…เปลี่ยน” มีผลงานเข้าร่วมกว่าร้อยชิ้น ชูความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสังคม

โครงการดังกล่าวจัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์และหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 และนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ถ่ายทอดมุมมองผ่านงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิด ESG ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ดร.ภัทรวุฒิ ทรัพย์เย็น คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จุดเด่นของผลงานคือการนำประเด็นระดับโลกมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใกล้ตัว ทั้งความเหลื่อมล้ำ การอยู่ร่วมกัน การทุจริต และพฤติกรรมมนุษย์ สะท้อนว่าศิลปะสามารถกระตุ้นให้ผู้ชมตั้งคำถามและเข้าใจปัญหาสังคมมากขึ้น

หนึ่งในผลงานสะดุดตาคือ “เห็นหรือไม่” ของนางสาวศิรประภา ประมวลชัยสกุล โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ คว้ารางวัล Best ESG Relevance จากการหยิบเหตุการณ์บนรถโดยสารมาตั้งคำถามถึงผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องยืน ขณะที่ผู้โดยสารบางคนยังนั่งต่อ ทั้งที่สามารถลุกให้ได้

“เราไม่ลุกให้ เพราะเราไม่เห็น หรือเพราะเราไม่สนใจ?” คือคำถามจากเจ้าของผลงาน ซึ่งนำภาพถ่ายรถโดยสารมาผสมกับภาพวาดดิจิทัล ทำให้ผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์มีลักษณะโปร่งแสง สื่อถึงคนที่อยู่ตรงหน้าแต่กลับถูกมองข้าม

ส่วนอีก 4 รางวัล ได้แก่ Best Concept นางสาวธัญจิรา ตรัยไชยาพร โรงเรียนสายปัญญารังสิต ผลงาน “WHAT’S NEXT?” รางวัล Best Creativity นายปัณณวิชญ์ โสภาฤดี โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ ผลงาน “เพียงเปลี่ยน” รางวัล Popular Vote นายกรรชัย จำพิมาย โรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา ผลงาน “FAST” และรางวัล Best Visual Expression นายทินมณี นันทสันติ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ด้าน ดร.ชญานุตม์ ศิลปศาสตร์ หัวหน้าหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า หอศิลปต้องเป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่สนทนากับสังคม แม้ศิลปะอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทันที แต่สามารถเริ่มเปลี่ยนความคิดและมุมมองของผู้คน ขณะที่นายวริทธิ ตีรประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสนอให้ต่อยอดด้วยการเชื่อมศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ สื่อปฏิสัมพันธ์ หรือแนวทางแก้ปัญหาที่นำไปใช้ได้จริง