จัดแถว “ลูกเทพ” คืนตำรวจให้ประชาชนโจทย์แรกถึง “ผบ.สำราญ” ต้องลงมือทันที

เงินเดือนหลวงทุกบาท มีเหงื่อชาวบ้านเจืออยู่ทั้งนั้น คนสวมเครื่องแบบจึงต้องตอบให้ได้ว่า เวลาราชการที่ได้รับค่าตอบแทนไปนั้น ได้คืนอะไรให้ประชาชน

“ประดู่แดง” ขอฝากคำถามนี้ถึง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมโจทย์ที่ควรวางบนโต๊ะตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับหน้าที่ เปิดบัญชีกำลังพล ตรวจคนให้พบ ตรวจงานให้เห็น แล้วเรียกผู้ที่หลบอยู่หลังอภิสิทธิ์กลับมารับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง

ถึงเวลาจัดแถว “ลูกเทพ” ให้ยืนอยู่ใต้ระเบียบเดียวกับตำรวจทั้งกรม

พล.ต.อ.สำราญมีอายุราชการถึงปี 2576 หากดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนเกษียณ ย่อมมีเวลาบริหารองค์กรได้ถึง 7 ปี โอกาสทำงานระยะยาวเช่นนี้ควรนำมาใช้รื้อปัญหาที่หมักหมมตั้งแต่ต้น ความหวังของประชาชนต้องเริ่มเห็นคำตอบในวันที่มีอำนาจลงมือ ไม่ถูกเลื่อนออกไปตามความเกรงใจใครอีกต่อไป

เรื่องที่ต้องหยิบขึ้นมาตรวจอย่างจริงจังคือ ข้อกล่าวหาว่ามีนายตำรวจบางส่วนเข้าสู่ราชการผ่านการรับบุคคลผู้มีวุฒิในสาขาขาดแคลน แต่ภายหลังกลับละเลยงาน ใช้เวลาราชการไปดูแลธุรกิจส่วนตัว เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ด้วยแฟ้มประวัติ คำสั่งมอบหมายงาน และหลักฐานการปฏิบัติหน้าที่ จะปล่อยให้ค้างอยู่ในวงซุบซิบต่อไปไม่ได้

วุฒิขาดแคลนมีไว้เติมความสามารถที่ราชการต้องการ ผู้ได้รับโอกาสจึงต้องนำความรู้มาทำงานให้สมกับเหตุผลที่ใช้บรรจุ หากรับเข้ามาเพราะความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็ต้องตอบได้ว่าความเชี่ยวชาญนั้นถูกใช้ที่ไหน เกิดผลงานอะไร และใครเป็นผู้ประเมิน

อย่าให้คำว่า “ขาดแคลน” ใช้ได้เฉพาะวันบรรจุ พอถึงวันทำงานกลับขาดทั้งตัวคนและความรับผิดชอบ

ผู้เข้ารับราชการด้วยช่องทางนี้แล้วทำหน้าที่เต็มกำลัง ย่อมมีศักดิ์ศรีที่ต้องได้รับความเป็นธรรม การตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้คนทำงานพ้นจากคำครหาที่ถูกเหวี่ยงคลุมไปทั้งกลุ่ม ส่วนใครอาศัยช่องทางดังกล่าวเป็นใบเบิกทางรับยศ รับเงินเดือน แล้วทอดทิ้งภารกิจ ก็ต้องรับผลจากการกระทำของตน

อีกจุดที่ต้องส่องไฟให้ถึง คือบัญชีตำรวจช่วยราชการและผู้ปฏิบัติงานตามสำนักงานผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับกองบัญชาการ ไปจนถึงสำนักงานผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. รวมทั้งผู้สำเร็จจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่นต่าง ๆ ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีเหล่านั้น

ทุกสำนักงานต้องตอบได้ว่า มีใครอยู่ในความรับผิดชอบ แต่ละนายทำงานอะไร อยู่ที่ไหน และมีผลงานให้ตรวจสอบอย่างไร งานอำนวยการ งานวิเคราะห์ และงานสนับสนุน ล้วนมีคุณค่าเมื่อมีภารกิจจริง การอยู่ใกล้นายจึงต้องอธิบายด้วยประโยชน์ของราชการให้ได้

ชื่อในบัญชีต้องตามหาตัวเจอ และตัวที่ตามเจอต้องมีงานให้ตรวจ

หากตรวจพบผู้มีชื่ออยู่ตามสำนักงาน แต่กลับใช้เวลาราชการทำธุรกิจส่วนตัว หรือไปทำงานส่วนตัวให้ผู้มีอำนาจทางการเมือง ต้องสาวให้ถึงคำสั่งและผู้อนุญาต การปฏิบัติภารกิจคุ้มกันหรือประสานงานตามหน้าที่ย่อมแสดงหลักฐานได้ ส่วนการนำกำลังพลไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล ต้องถูกตรวจสอบโดยไม่มีข้อยกเว้นให้คนใกล้ชิด

เครื่องแบบตำรวจมีเกียรติอยู่ที่การรับใช้ประชาชน ใครนำเกียรตินั้นไปแลกความสะดวกให้ธุรกิจหรือความใกล้ชิดผู้มีอำนาจ ก็ควรถูกเรียกมาตอบต่อหน้าระเบียบราชการอย่างตรงไปตรงมา

เรื่องนี้ต้องคิดบัญชีให้ครบ เงินเดือน สวัสดิการ และรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกำลังพลแต่ละนาย ล้วนเป็นต้นทุนที่รัฐแบกรับ หากไม่มีงานตอบแทน ความเสียหายย่อมเกิดกับเงินแผ่นดิน และยังผลักภาระให้เพื่อนตำรวจที่ต้องทำหน้าที่แทนคนหายไปอีกทอดหนึ่ง

ส่วนจะมีผู้เข้าข่ายมากน้อยเพียงใด ต้องให้การตรวจสอบตอบด้วยหลักฐาน จำนวนที่พบต้องแยกให้ชัดระหว่างผู้มีข้อสงสัย ผู้ชี้แจงได้ และผู้ที่พิสูจน์แล้วว่ากระทำผิด ความหนักแน่นของการสะสางอยู่ตรงนี้

โจทย์ของ ผบ.ตร.คนใหม่จึงต้องไปให้ถึงคำสั่งที่ตรวจผลได้ เริ่มจากให้ทุกหน่วยสำรวจผู้บรรจุด้วยวุฒิขาดแคลน ตรวจว่าปัจจุบันทำงานตรงกับเหตุผลที่รับเข้ามาหรือไม่ พร้อมทบทวนบัญชีช่วยราชการทุกสำนักงาน ระบุภารกิจ ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบให้ครบ

จากนั้นตรวจการปฏิบัติงานจริง เทียบกับข้อมูลการลา คำสั่งออกปฏิบัติภารกิจ และผลงานที่ส่งมอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ทำงานนอกที่ตั้งด้วย ผู้ที่ไม่มีภารกิจรองรับหรือหมดเหตุจำเป็นในการช่วยราชการ ต้องกลับต้นสังกัดหรือได้รับมอบหมายงานที่ชัดเจนตามความเหมาะสม

คำสั่งเรียกกลับต้องตามด้วยการตรวจว่ากลับมาทำงานแล้วจริง ใครเพียงย้ายชื่อจากกระดาษแผ่นหนึ่งไปอีกแผ่นหนึ่ง แต่พฤติกรรมยังเหมือนเดิม ต้องถูกติดตามจนได้ข้อยุติและต้องตรวจขึ้นไปถึงผู้บังคับบัญชาด้วย ใครรับรองการทำงาน ใครประเมินผลงาน ใครอนุญาตให้ช่วยราชการ หากพบการรับรองเท็จหรือจงใจปกปิด ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเช่นเดียวกัน ผู้มีหน้าที่กำกับดูแลต้องรับผิดชอบต่อชื่อที่ตนลงนาม

ส่วนผู้ที่พิสูจน์แล้วว่าละทิ้งหน้าที่หรือกระทำผิด ต้องดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริง หากพบการเบิกจ่ายโดยไม่มีสิทธิ ก็ต้องตรวจสอบเพื่อดำเนินการเรียกคืนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายงานความคืบหน้าให้สังคมเห็นโดยไม่กระทบสิทธิและภารกิจที่ต้องรักษาความลับ

ความเด็ดขาดที่ทำให้คนเกรง คือการบังคับใช้กติกาจนถึงที่สุด คนมีเส้นกับคนไม่มีเส้นต้องพบมาตรฐานเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาต้องกล้าลงนามเมื่อหลักฐานครบ และกล้าคืนความเป็นธรรมเมื่อข้อกล่าวหาไม่เป็นจริง

ฝากถึงผู้ที่ยังเลือกความสบายส่วนตัวเหนือหน้าที่ เมื่อสมัครใจสวมเครื่องแบบ ก็ต้องยอมรับภาระที่ติดมากับเครื่องแบบนั้นด้วย หากใจอยู่กับธุรกิจจนไม่พร้อมทำงานราชการ ก็ควรตัดสินใจลาออกไปทำสิ่งที่ตนต้องการ เปิดโอกาสให้คนที่พร้อมอุทิศแรงกายแรงใจเข้ามารับใช้ประชาชน

ศักดิ์ศรีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องพิสูจน์ในเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ ยศที่ติดบ่าและชื่อรุ่นที่ติดปาก จะมีความหมายเพียงใด หากเจ้าของยศปล่อยให้เพื่อนรับภาระ ส่วนตัวเองรับแต่ผลประโยชน์

“ประดู่แดง” จะติดตามโจทย์นี้ต่อไป หากปรากฏหลักฐานยืนยันว่าผู้ใดละเลยหน้าที่ หรือผู้ใดใช้อำนาจอุ้มการกระทำเช่นนั้น ก็จะนำข้อเท็จจริงมารายงานต่อสาธารณะ โดยตรวจสอบเอกสารและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างครบถ้วน ตำแหน่งใหญ่หรือสายสัมพันธ์กับใครย่อมไม่ควรขวางการตรวจสอบประโยชน์ของแผ่นดิน

พล.ต.อ.สำราญต้องทำให้ตำรวจที่ตั้งใจทำงานเห็นว่า ความรับผิดชอบของเขามีความหมาย และทำให้ผู้หวังพึ่งอภิสิทธิ์เห็นว่า วันหลบงานหลังชื่อผู้ใหญ่กำลังสิ้นสุดลง การเริ่มต้นเช่นนี้จะบอกทิศทางของผู้นำคนใหม่ได้ชัดกว่าคำประกาศบนเวทีใด

โจทย์อยู่บนโต๊ะแล้ว เปิดบัญชี ตรวจงาน เรียกคนกลับ และจัดการตามหลักฐานให้เห็นผลตั้งแต่ต้นมือ รับเงินเดือนของประชาชน ก็ต้องเอาเวลามาทำงานให้ประชาชน ถึงเวลาที่คำสั่งของ “ผบ.สำราญ” ต้องทำให้คนหลบงาน อยู่แบบไม่สำราญ อีกต่อไป