จากกรณี “น้องยูฟ่า” เด็กชายวัย 1 ขวบ ถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลใช้กรรไกรตัดเทปบริเวณสายน้ำเกลือ แต่เกิดความผิดพลาดจนถูกนิ้วมือเด็กได้รับบาดเจ็บถึงขั้นนิ้วขาด ก่อนเข้ารับการรักษาและผ่าตัดเพื่อพยายามต่อนิ้วกลับคืน ท่ามกลางความกังวลของครอบครัวถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็กในระยะยาว
ล่าสุด คุณวิภาพร นามขันธ์ อายุ 24 ปี แม่ของน้องยูฟ่า เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีหน่วยงานเข้ามาดูแลน้องแล้ว โดยโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์เข้ามาดูแลรักษา และมีอาจารย์แพทย์คอยอัปเดตอาการและบาดแผลของน้องทุกวันส่วนเรื่องการเยียวยา
คุณวิภาพร ระบุว่า ครอบครัวได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นตามที่เคยเปิดเผยในรายการ “โหนกระแส” เป็นเงินจำนวน 4,000 บาท พร้อมกระเช้าผลไม้ รวมถึงมีการประสานหน่วยงานสาธารณสุขเข้ามาดูแล แต่สำหรับครอบครัวมองว่าการเยียวยาดังกล่าวยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่น้องต้องสูญเสีย
คุณวิภาพร กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และยังต้องลุ้นว่านิ้วของน้องจะสามารถกลับมาต่อและใช้งานได้มากน้อยเพียงใด เพราะขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะกลับมาได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่แม่ของน้องยูฟ่ายังแสดงความกังวลว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูก ทั้งการใช้ชีวิต การเรียน และการประกอบอาชีพในอนาคต แม้น้องจะอายุเพียง 1 ขวบและยังไม่รู้ว่าโตขึ้นจะประกอบอาชีพอะไร แต่ครอบครัวไม่ต้องการให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นข้อจำกัดต่อโอกาสในชีวิตของลูก
พร้อมกันนี้ คุณวิภาพร ยอมรับว่ากังวลที่สุดคือเรื่องจะเงียบหาย และลูกไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลน้องอย่างต่อเนื่อง และให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด
ส่วนกรณีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายงานว่าเป็นเพียงการให้พักงานนั้น คุณวิภาพรมองว่ายังไม่สมเหตุสมผล โดยเรียกร้องให้พิจารณาลงโทษถึงขั้น ไล่ออก พร้อมฝากถึงหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้พัฒนาการทำงานและมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพราะแม้จะเข้าใจว่าบุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนัก แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กไปตลอดอนาคต
ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันจุดยืนว่า ต้องการให้น้องยูฟ่าได้รับการรักษา การดูแล และการเยียวยาอย่างเหมาะสม รวมถึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายอื่นอีก

